2006/Dec/05

กรุณาเปิดลำโพง

และเปิดเสียงดัง ๆ

เพราะเพลงนี้

เพราะมาก


ตอนที่ 1 แอ๊ด ครั้งแรก คนแรก

http://thunska.exteen.com/20061204/entry

ตอนที่ 2.บี ผู้ชายขี้เหงา

http://thunska.exteen.com/20061205/entry

ตอนที่ 3. อภิชาติ ฉิน นฤทธิ์ชัย

วัยแห่งความสับสน

http://thunska.exteen.com/20061205/entry-1

ตอนที่ 4 อะเด๊ก ผู้ชายของกาลเวลา

http://thunska.exteen.com/20061205/entry-4

ตอนที่ 5 ชิวปิง ผู้ชายที่ทำให้นึกถึงทะเล

http://thunska.exteen.com/20061205/entry-2

ตอนที่ 6 ผู้ชายที่ทำให้นึกถึงท้องฟ้า

http://thunska.exteen.com/20061205/entry-3

ตอนที่ 7 ตอนพิเศษ เซ็กซ์ในไซเบอร์สเปซ

http://thunska.exteen.com/20061206/entry


มันเป็นเวลา 12 ปีเต็ม

สำหรับความทรงจำเกี่ยวกับคนชื่อ

ชิวปิง

มันนานเสียจนเรื่องที่จะเล่านั้น

ฉันไม่แน่ใจเลยว่า

มันเกิดขึ้นจริง

หรือฉันอยากให้มันเกิดขึ้น

ตอนนี้มันหลุดร่อน เป็นผุยผง

ตกตะกอนนอนก้น

และฉันกำลังจะเขย่ามันออกมาเล่าให้ฟัง

เรารู้จักกันในโบสถ์

มีคนเคยแดกดันฉันในเว็บบอร์ด

ว่าครอบครัวฉันไม่อบอุ่น

ฉันยอมรับ และไม่เคยปฎิเสธ

และฉันก็ขอบคุณสำหรับสถาพครอบครัวฉัน

ที่หล่อหลอมให้ฉันมีภูมิต้านทานความเจ็บปวด

ช่วงเวลาหนึ่งฉันเศร้าเอามาก ๆ

ทะเลาะกับแม่

และฉันเคยเชื่อว่า การไปโบสถ์จะช่วยฉันได้

ที่นั่นทำให้ฉันรู้จัก ชิวปิง

ตอนนั้นหน้าที่อย่างหนึ่งของฉันคือถ่ายวิดีโอ

และคิดพวกบทละคร

ถ่ายโฆษณาทำเป็นเรื่องราวเลย

แล้ววันหนึ่ง คนที่ผ่านมาในกล้องของฉัน

คือ ชิวปิง

ชิวปิงมาแสดงเป็นนักแสดงคนหนึ่งในละครวันคริสต์มาส

(ภาพนั้นถูกบันทึกและตัดต่อใหม่ ในหนังเรื่อง SIGH เมืองร้าง)

ฉันรู้ตัวอีกทีก็เอาแต่ถ่ายเขา

เราไม่คุยกัน

ฉันจำไม่ได้แล้วว่าไปไงมาไง

เราถึงได้คุยกัน

อาจเพราะละครเรื่องนั้นนั่นล่ะ

เราไปมาหาสู่กัน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน

อายุเราห่างกัน 6 ปี

เขาทำให้ฉันมีความพยายามที่จะสอบเอ็นทรานซ์

ตอนนั้นยังมีสอบเทียบอยู่

ชิวปิงสอบติดตั้งแต่ม.5

ส่วนผม เอ็นท์ไม่ติด

เวลาอยู่กับเขา ผมกลายเป็นเด็ก โง่ ๆ ไปเลย

และเขาคอยดูแลผม

คอยแนะนำว่า ควรจะอ่านหนังสือยังไง

เขาพาผมไปหาที่เรียนพิเศษ

ที่ที่เขาเคยเรียนมาก่อน

พาผมไปสมัครเลย

ซึ้งใจมาก ไม่เคยมีใครทำให้เราขนาดนี้

ทำให้ผมตั้งใจที่จะอ่านหนังสือ

ไปเรียนไม่เคยขาด

ที่ที่เรียนเป็นคอร์สภาษาอังกฤษครูสมศรี แถวศรีย่าน

น่าจะรู้จักกัน

ชิวปิงเป็นเด็กเซนคาร์เบรียล

แล้วปีถัดมาผมก็เอ็นท์ติดจริง ๆ

อ่าคงต้องย้อนไปหนึ่งปีก่อนหน้านั้น

คืนวันลอยกระทง

ปี 1996

เรานัดกันว่ามาลอยกระทงกันเหอะ

ก่อนหน้านั้นสิ่งที่เรานัดกันอยุ่บ่อย ๆ

คือไปดูหนังกัน

ไปเที่ยวบ้านกัน

ไปกินข้าว

และทำกิจกรรมอย่างที่คนคบกันเขาทำกัน

แต่เราไม่เคยบอกกันว่า

รัก

หรือ

มีอะไรที่แสดงว่าเป็นแฟนกัน

อย่างมากก็สติกเกอร์ที่ถ่ายด้วยกัน

แต่เราก็ไปไกลถึงขั้นนั้น.....................

ลอยกระทง เขาต้องทำกิจกรรมกับคณะ

ผมรอเขา

ตอนนั้นยังไม่มีมือถือมีแต่เพจเจอร์

เราหาตัวกันยากมากคนเยอะ

เราพลัดหลงกัน

ผมร้องไห้

ไปยืนรอเขาหน้าปากซอยบ้าน

ฝนตกพรำ ๆ (ไม่เข้าใจจริง ๆ ฝนตกทุกทีเลย)

เขากลับมาบ้าน

เราเขาหงุดหงิดมาก

เพราะผมว่าไม่ฟัง

เขาเหนื่อยมาก จากการทำกิจกรรมแบกเสลี่ยงนางนพมาศ

ผมเอาแต่ร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้

ไม่เคยงอแง ทำตัวเหมือนเด็ก และงี่เง่ากับใครเท่านี้

(ถึงกอล์ฟ ถ้าคิดว่าเรางี่เง่าแล้ว

เราอยากบอกว่า เราเคยงี่เง่ากว่านั้นอีก)

คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่เราค้างบ้านด้วยกัน

คือแต่ก่อนไปไหนมาไหน ไปหาที่บ้าน

แต่ก็ไม่เคยอยู่ค้าง

ไม่รู้ว่าเป็นของขวัญ

เป็นรางวัล

หรืออะไรสักอย่าง

แต่ผมไม่เคยโชคดีนานหรอก

โดยเฉพาะกับเรื่องความรัก

สรรพนามที่เราใช้คุยกันคือ

คุณ กับ ผม

เราไม่พูดกูมึง

ไม่เรียกพี่ ไม่เรียกชื่อ

เรามีคำเรียกแทนชื่อของเราเอง(ขอสงวนเป็นความลับดำมืด)

ฉันเก็บตั๋วหนัง ตั๋วรถเมล์ รูปถ่าย

ข้าวชองที่เขาซื้อให้ แม้แต่กระดาษห่อเปลือกทอฟฟี่

ฉันเก็บทุกอย่างเกี่ยวกับเขาเอาไว้หมด

จนกระทั่งความรักมันเป็นพิษ

เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า เวลาที่รักใครมาก ๆ จนความรักนั้นเปลี่ยนไป

กลายเป็นอยากเป็นเจ้าของเขา

อยากอยู่ใกล้ๆ เขา อยากเจอ อยากคุยกันทุกนาที

เราเรียนกันคนละคณะ

เขาอยู่คนละฟากถนน

ผมก็มักจะข้ามไปหาเขาในเวลาไม่จำเป็น

ไม่รู้ทำไม ตอนนั้นอยากได้กำลังใจ

และคิดว่าการอยู่ใกล้ๆ เขา มีคำพูดปลอบใจดี ๆ

จะทำให้มีชีวิตอยู่ได้

กลางวันต้องแอบเพื่อนมากินข้าวด้วยกัน

ในที่ไกล ๆ

ไม่ให้เพื่อนเขารู้

เย็น ๆ เขาก็ขับรถมาส่งถึงบ้าน

หรือไม่ก็แยกกันแถวบ้านเขา

ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกว่า

เพราะเรา

เราเป็นเหตุทำให้เขาไม่มีเวลาให้เพื่อน

ทำให้เพื่อนสงสัยว่าทำไมชอบแอบแยกตัวไปคนเดียว

ตอนนั้นเราไม่เข้าใจเลย

เราแค่คิดเข้าข้างตัวเอง

ว่าเราต้องการเวลาของเขา

เพื่อนจะสำคัญกว่าเราได้ไง

และนั่นทำให้ฉันเริ่มโทรศัพท์ไปรบกวนหนัก ๆ

โทรคุยกันยาว ๆ

ในระหว่างที่เขาเรียนหนัก

ไม่ไว้ใจ โทรเช็ค

และทะเลาะกันบ่อย

ในที่สุด วันหยุดยาวช่วงธันวาคม

เขาไปเชียงใหม่

แม่เขาบอกอย่างนั้น

เรางงมาก ไม่เห็นมันจะบอกเราเลยว่าจะไปเชียงใหม่

ตอนนั้นเราอายุ 25 แล้วล่ะ ตอนเรียนปีหนึ่ง(ปิงอายุห่างจากเรา 6 ปี)

แต่เชื่อมั้ย ไม่เคยไปต่างจังหวัดคนเดียว

เคยไปเที่ยว อย่างน้อยก็มีเพื่อน สองคนขึ้นไป

แต่คนเดียวไม่เคย

และที่ไม่เคยหนักกว่านั้น คือ

ไม่เคยไปเชียงใหม่

รวบรวมเงิน แคะกระปุกมา

ไปเชียงใหม่ คนเดียว

ไม่ลงไม่เรียน หายไปหลายวัน

เงิรร่อยหรอ

แต่รู้สึกว่าต้องอยู่เชียงใหม่

โทรเช็คทุกโรงแรม ถามหานามสุกลของเขา

ว่ามีใครเช็คอินหรือเปล่า

จนไม่รุ้จะทำไงดี อยากอยุ่ต่อ แต่เงินจะหมด

เลยโทรไปหาที่พักใหม่

ไม่รู้ที่ทาง ไม่รุ้ที่ไหนถูก

เลยโทรไปวายเอ็มซีเอ

เสียงเด็กผุ้ชายคนนึงรับสาย

เขาว่า เต็มแล้วครับ

เราก็อธิบายกับเขาว่า เราลำบากจริง ๆ เราอยากอยุ่ต่อ

แต่ต้องหาที่ถูก ๆ อยู่

แม็ค(เขาบอกชื่อมา)บอกว่า งั้นมาพักบ้านผมละกัน

ผมไม่คิดค่าเช่า

แล้วนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมรู้จักกับแม็ค

แม็คน่ารักเชียว หน้าใส ๆ สมเป็นหนุ่มลำพูน

เปล่า ไม่ได้มีอะไรกันหรอก อย่าคิดงั้น

ระหว่างนั้นแม็คช่วยเหลือผมทุกอย่าง

คอยจัดแจงหาของกินให้

บับมอไซค์ไปเที่ยวนั่นนี่

ส่วนผมก็ง่วนอยู่กับการตามหาชิวปิง

จนกระทั่งลองโทรกลับไปที่บ้านปิงดู

ถึงได้รู้ว่า ปิงอยู่บ้านมาตลอด

ไม่ได้มาเชียงใหม่

แม่เขาโกหก

ผมโมโหมาก

จะอะไรก็ได้

แต่อย่าโกหก

บึงรถไฟกลับมาด้วยความโกรธ

พอเอากระเป๋าไปทิ้งบ้านได้ปุ๊บ

ก็บึ่งไปบ้านชิวปิง

ไปกระทืบประตูบ้าน

เขย่ากรง(เหมือนคิงคองเลย 555)

โหวกเหวกร้องไห้

และนั่นเอง ที่ความรักของเราจบลง

เมื่อเขาเลี้ยงผมให้เชื่องไม่ได้

และเราอยู่กันคนละโลก

ฉันได้แต่ชะเง้อมองฟ้า

เวลาเห็นสีของทุ่งข้าวสาลี

ฉันก็คิดถึงเขาทุกที

คนที่เคยสัญญากับฉันว่า

สักวันจะพาฉันออกไปจากบ้านที่ฉันเคยอยู่

ทะเลที่เคยบอกว่าจะไปด้วยกัน

เราไม่เคยไปถึง

เรื่องมาแดงกับเพื่อน ๆ ที่คณะฉัน

ก็ตอนที่วันหนึ่งฉันกลับคณะแล้วมีหัวปูดโน

ฉันเอาหัวไปโขกเก้าอี้หิน(บ้าจริง ๆ กรู)

เพื่อขอร้อง วิงวอน อ้อนวอน ร้องไห้

ให้เรากลับมาคบกันอย่างเดิม

แต่กเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

หลังจากนั้น ชีวิตฉันเปลี่ยนแปลงไปเยอะ

จากที่ไม่เคยสัก ไม่เคยเจาะ ไม่เคยกินเหล้า ไม่เคยสูบบุหรี่

ฉันทำทุกสิ่งทุกอย่าง

แม้แต่การนัดเจอคนแปลกหน้าทางเนต

ฉันลองมันหมด

ชีวิตฉันลองทุกสิ่ง

จะเว้นก็แต่ยาเสพติด(ไม่นับบุหรี่นะ)

นอกนั้นฉันลองหมด

ทุกวันนี้ฉันขอบคุณชิวปิง

หายนะครั้งใหญ่นี้

เปลี่ยนชีวิตฉัน

มันทำให้ฉันเข้าใจโลก

เรียนรู้

และฉันเป็นคนหัวชนฝามาแต่นั้น

ไม่หลบ ไม่หนี สู้ และเข้มแข็ง

ไม่ว่าจะเจอเรื่องเหี้ย ๆ ยังไงก็ตาม

28/12/97

คือวันที่เราจากกัน

นับแต่นั้นมาอีกอย่างน้อย 7 ปี

ฉันไม่เคยรักใคร

ชีวิตกลับตาลปัตร

อย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะเหวี่ยงไปอีกข้างได้ขนาดนั้น

และนับจากนั้น

ชีวิตของฉัน

ไม่ใช่ของพระเจ้า

แต่คือของฉัน

ไม่ใช่ของใคร

ฉันเลือกทำกิจกรรม

ฉันเลือกทำหนัง

ฉันเปลี่ยนชื่อ

และทุกคนจะจดจำฉันในอีกคน

อีกคนที่ไม่เหมือนเดิมแม้แต่นิดเดียว

แม้ตลอดมาฉันจะนึกถึงชิวปิงก็ตาม

น่าแปลกที่หลังจากนั้น เราไม่เคยเจอกันอีกเลย

ตลอดการเรียนจบของเขา

มีเจอกันบ้างข้างถนนอยู่หนนึง

หลังจากนั้นสิ่งที่ฉันรู้คือ

เขาย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส

นั่นคือเหตุผลที่หนังเรื่อง

ในวันที่ฝนตกลงมาเป็นคูสคูส

ฉันถึงตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศส

เป็นภาษาฝรั่งเศสผิดไวยากรณ์

เป็นภาพถ่ายที่ไม่เคยใช้

เป็นภาพท้องฟ้าบนหลังคาที่มองแล้วสบายใจ

เป็นสายไฟข้างทางระหว่างที่ฉันไปไหนต่อไหน

เป็นไฟที่เผารูปภาพใบหนึ่งที่ฉันเหลือแค่ใบเดียวของเขา

ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง


ปล.หลังจากนั้นสองปี

ฉันเจอแม็กอีกครั้งที่เชียงใหม่

เพระวิชาที่เรียนต้องไปดูศิลปะไทยที่เชียงใหม่

แม็กมารับฉันที่สนามกีฬ่า700ปี

ฉันแอบหนีไปเที่ยว

แล้วคืนนั้นเองที่แม็กเล่าให้ฟังว่า

เขาเป็นเกย์

นั่นคือเหตุผลที่เรามีอะไรกันในคืนนั้น

ก่อนที่เขาจะขับมอไซค์มาส่งผมที่พัก

แล้วเราก็ไม่เจอกันอีกเลย

เพระเขาไปเป็นทหาร

ผมกลับไปพยายามจะติดต่อเขาก็ติดต่อไม่ได้แล้ว

ถ้าใครเป็นคงเชียงใหม่

น่าจะรู้จักโรงแรมศรีโตเกียว

แม็คเคยทำงานเป็นแคชเชียร์อยู่ที่นั่น

ตามหาเขาให้ผมที

ผมแค่อยากเจอเขาอีกสักครั้ง

อยากขอบตุณเขา

และอยากรู้ว่าชีวิตเขาตอนนี้เป็นอย่างไรไปแล้ว

สุขทุกข์ดีร้ายประการใด

หวังเสมอว่าคนนิสัยดี ๆ อย่างเขา

โชคชะตาควรให้รางวัลแก่เขาบ้าง




edit @ 2006/12/06 13:30:48

Comment

Comment:

Tweet


MmxEqn <a href="http://sxmfgaopsdzm.com/">sxmfgaopsdzm</a>, [url=http://rynfwkturrir.com/]rynfwkturrir[/url], [link=http://jrvystcmqajn.com/]jrvystcmqajn[/link], http://xpopzppehuzw.com/
#28 by fdrzfyao (69.162.94.218) At 2010-10-19 02:06,
thank you your writing style is amazing. just found your site on google. come back later for sure :)
#27 by เกมส์ (124.121.99.105) At 2010-09-20 13:15,
I have no hesitations that an experienced <a href="http://goldessays.com">writing services</a> is reputable and I always buy my essays there.
#26 by MARIESalas (212.124.112.30) At 2010-08-01 17:20,
<a href="http://oobunisjmobribd.com">dcnycgoayypszkz</a> http://iyhyoncbbyvvori.com [url=http://jatcmqdvtpoeudr.com]fpvftmllxrwsqtu[/url]
#25 by iqyybjulrb (94.102.52.87) At 2010-06-14 15:38,
เรารู้จักคนชื่อแม็คอะพี่เราเคยทำงานอยู่โรงแรมนั้น
#24 by (114.128.209.128) At 2009-07-31 13:39,
ท่อนที่คุณบอกว่า "ทะเลที่เคยบอกว่าจะไปด้วยกัน

เราไม่เคยไปถึง" ตรงใจผมดีนะ เคยมีเหตุการณ์ แบบนั้น แต่ผมผิดหรอที่เปนเกย์ ผมมันไม่เหมือนผู้หญิง ผมมันผิดธรรมชาติเกินไปสำหรับสังคมรอบตัวเค้า เห้อ เศร้า ทุกทีที่นึกขึ้นมา

#23 by ํY (125.26.21.133) At 2007-12-17 01:13,
ผมว่าเวลาครั้งแรกมันเป็นทุกคนอ่ะ ที่จะทำอะไรที่เรียกว่า"โค ตะระ งี่เง่า" อ่ะแต่พอเราโตขึ้น(หรือเรียกอีกอย่างว่าแก่ลง) เราก็มองสิ่งที่ผ่านมาไม่เหมือนเดิมนะ
#22 by อาเซ (203.146.63.184) At 2007-10-05 14:27,
ไม่นึกว่าจะมีคนที่มีเรื่องแบบนี้เหมือนกันกับ ผม และ เขา
#21 by สก. (124.120.0.109) At 2007-04-28 15:48,
เห้ยโรงแรมนี้เคยไปพักอ่ะ
ต้องไปนั่งนึกๆซะแล้วว่าเคยเจอ
แคชเชียร์หน้าตาดีชื่อแมคอ่ะป่าว
เหอๆๆ
แต่คิดๆอีกที
ตอนที่พี่ปุ่นไป
ผมยังคงเรียนแค่ ม.1-ม.2 แน่เลย
เกิดมะทัน
#20 by (58.181.145.220 /10.2.58.86, 10.1.5.12) At 2007-01-09 12:10,
ผมเคยเอาหัวโขกเก้าอี้เหมือนกันคับพี่ที่ร้านรสดีที่สยามอะคับคนอย่างเยอะไอ้มลแม่งอย่างอายเลยพี่แต่ผมทำตอนอายุ 18 นะ
#19 by nop (58.8.181.214) At 2006-12-28 07:13,
โห แก่ว่ะ
#18 by คุณมน (58.8.63.148) At 2006-12-09 16:57,
#17 by ob1 At 2006-12-09 15:23,
เป็นคนเจียงใหม่อะ...อยากช่วยตาหาแม็กให้ง่ะฮะ...แต่มันจะง่ายขึ้นเยอะถ้าได้ชื่อจริง..ได้นามสกุลด้วยก็จะดี..เดี่ยวให้เพื่อนแฮ็คข้อมูลหลวงให้
#16 by ไอ่มาด (124.157.206.223) At 2006-12-06 15:18,
WOW! นี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิตพี่ปุ่นเลยนะเนี้ย
#15 by kik At 2006-12-06 12:55,
จบเรื่องที่ 5

.......................................

#14 by (125.25.79.81) At 2006-12-06 12:21,
ไรวะ ตอนเราอยู่เชียงใหม่ ไม่เห็นจะมีคนพาขี่มอไซด์เที่ยวเลย
#13 by JO (202.62.97.204 /202.62.104.194) At 2006-12-06 11:31,
น้องชายคนไหนอ่ะ
เรามีน้องชายหลายคน คิ คิ คิ
#12 by ปุ่น At 2006-12-06 10:19,
35 ปี
คุณสมบัติด้านอายุพร้อม แต่ว่า..เรื่องอื่นๆ เท่าที่อ่านจากประสบการณ์ที่ผ่านมา คงไม่ไหวมั๊ง

#11 by น้องชาย(ผมไม่ได้Login) (125.25.79.81) At 2006-12-06 10:18,
หยุดไม่อยู่จริงๆ ตกลง 35 แล้วเหรอพี่...อืมม
#10 by เอนนิสเดลมาร์ At 2006-12-06 09:50,
สาดดดดดดดดดดดดดดด
ยังเฟ้ย
หลอนกูจัง
อีแซนดี้
#9 by ปุ่น At 2006-12-06 01:10,
ฮะ! อะไรนะ!
35 แล้วเหรอ !!!!
#8 by Sunday Syndrome At 2006-12-06 01:09,
คุณพระช่วย..34แล้วเหรอ
#7 by โย (58.10.146.34) At 2006-12-06 00:24,
เฮ้ย 33 เฟ้ย ใครฟะ แสดดดดดดดดดด
#6 by ปุ่น At 2006-12-05 23:41,
ระวังเขียนเยอะๆ เดี๋ยวเอารวมเล่มขายเลย หึหึ

34
#5 by . At 2006-12-05 23:40,
34 อายุคุณปุ่น แก่แล้วเนอะ
#4 by g (124.121.4.186) At 2006-12-05 23:36,
เวลาคนเราอกหักแล้วจะอาละวาดเหมือนคิงคอง
#3 by merveillesxx (161.200.255.162) At 2006-12-05 23:06,
^
ที่แท้ก็แก่กว่า 2 ปีนี่นา แบบนี้คงต้องใส่"เจ๊"นำหน้าชื่อแล้วสิ

...โอโห ไม่น่าเชื่อ พี่ปุ่นเอาหัวโขกเก้าอี้หิน นึกภาพแล้วสยองเนอะ...ว่าแล้วก็หยิบหนังมาดูดีกว่า
#2 by ตุ้ย since 2006 At 2006-12-05 21:14,
เริ่มดูดบุหรี่ตอนอายุ 25 ??
นั่นมันอายุปัจจุบันของกูหนิ อิ อิ
#1 by Sunday Syndrome At 2006-12-05 20:56,