ตอนที่ 1 แอ๊ด ครั้งแรก คนแรก
http://thunska.exteen.com/20061204/entry
ตอนที่ 2.บี ผู้ชายขี้เหงา
http://thunska.exteen.com/20061205/entry
ตอนที่ 3. อภิชาติ ฉิน นฤทธิ์ชัย
วัยแห่งความสับสน
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-1
ตอนที่ 4 อะเด๊ก ผู้ชายของกาลเวลา
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-4
ตอนที่ 5 ชิวปิง ผู้ชายที่ทำให้นึกถึงทะเล
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-2
ตอนที่ 6 ผู้ชายที่ทำให้นึกถึงท้องฟ้า
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-3
ตอนที่ 7 ตอนพิเศษ เซ็กซ์ในไซเบอร์สเปซ
http://thunska.exteen.com/20061206/entry
(อยากฟังเพลงประกอบ ก็คลิกสิจ๊ะ นะ นะ)
เอาล่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ
เลยขอย้อนเล่าไปให้ครบเลยละกัน
มีช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองเครียดมาก
ไม่มีเพื่อนเลย
ทำไมน่ะหรือ
เพราะเราถูกจับย้ายโรงเรียนบ่อยมาก
ไม่รู้กูทำผิดเหี้ยไรเนี่ย
เช่น น้าไปเห็นว่าโรงเรียนเอากล้วยไม่สุกมาให้กิน
ก็เป็นเหตุผลให้กูต้องย้ายไปอีกโรงเรียน
โรงเรียนนั้นไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้
เหี้ยไรเนี่ย มึงเรียนหรือกูเรียนเนี่ย
แต่ตอนเด็ก ๆ ก็เอ๋อ ๆ ไง เขาให้ไปไหนก็ไป
ม.1โดนย้ายไปเรียนโรงเรียนคริสต์
พอม.2 ก็ย้ายมาเรียนวัด ช่วยด้วยกู
เมื่อไหร่จะหยุดย้ายกูสักที
เราเรียนที่นี่แค่ 2 ปี คือ ม.2-3 โรงเรียนวัดไตรมิตร
ก็ยังดีที่เป็นชายล้วน
ช่วงนี้เอง ที่ความเงียบระหว่างเราและแม่ เกิดขึ้น
เราไม่เล่าอะไรให้แม่ฟังอีกแล้ว
ต่างคนต่างอยู่
อภิชาติ หรือ ลี้ เป็นชายหน่มหน้าตามึน ๆ
พูดน้อยมาก ตาลอยๆ ชี้ ๆ
และเรียนเก่ง
ที่สำคัญ กลับบ้านทางเดียวกัน
ก็กลับบ้านด้วยกันทุกวัน
ก็ไม่มีไรมากกว่านั้น แค่ ปลื้ม ตอนนั้นเด็ก ๆ
ไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึกคืออะไร
แต่ที่ทำให้หัวใจเต้นตึกตัก
ก็คือผู้ชายสองคน ฉิน และ นฤทธิ์ชัย
ฉิน หรือ วันชัย
เป็นหนุ่มหน้าตาลูกครึ่ง
จมูกโด่ง หล่อเชียว
เราสนิทกันเพราะต้องทำงานกลุ่มด้วยกัน
บ้านอยู่ใกล้กัน
เดินกลับบ้านด้วยกัน
แล้วมันก็ขี่จักรยานมาส่งเรา
สิ่งที่เราจำไม่ได้คือ เราทะเลาะกันเรื่องอะไรวะ
เพราะรู้ตัวอีกที เราก็งอนมันมาก
ไม่คุยกันอีกเลย จนขึ้นม.3
ช่วงม.ต้นมันมีการย้ายห้องเรียน
เรากับฉินยังคงอยู่ห้องเดียวกัน
แต่เราไม่คุยกัน
มันพยายามง้อเรา
แต่ตอนนั้นเราเป็นงี้จริง ๆ
ง้อไปเหอะ
นฤทธิ์ชัย(ไอ้นี่ไม่มีชื่อเล่น)
ย้ายมาอยุ่ห้องเดียวกับเรา 3/5
เป็นเด็กกวนตีนเหี้ย ๆ
ปากหมา และที่เหี้ยมากคือ
อ.ให้มันมานั่งข้างกู
สาดดดดดดดดดดด
เกลียดมันมาก มันชอบหาเรื่องเรา แกล้งเรา
ไม่เอาหนังสือมา ก็ต้องมายืมของเราอ่าน
วัน ๆ มาสาย แล้วรีบกลับ หายหัว ให้กูเช็คชื่อแทน
นี่ไมกูต้องรับผิดชอบชีวิตมึงด้วยเนี่ย
กลายเป็นว่าเราสนิทกันซะงั้น
ไปลูกเสือก็นอนข้าง ๆ กัน
ที่ขำ ๆ คือ ทุกช็อตนั้น ระหว่างเรากับนฤทธิ์ชัย
จะเห็นฉินไกล ๆ แบบว่าแอบมองมาเสมอ
มีฉากนึงเหมือนหนังเลย
เรายืนอยุ่ข้าง ๆ ไอ้นฤทธิ์ชัย ทะเลาะกันที่ระเบียง
ยืนต่อแถวหน้ากระดาน
แกล้งเหยีบตีนกันไปมา
ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา
ข้างหน้าเรามีกระจกใสหน้าบอร์ดประกาศหน้าห้อง
มันสะท้อนแดดแล้วเห็นเงาที่ถัดไปอีกสี่ห้าคน
เงานั้นกำลังจ้องเขม็งมาทางเรา
ฉินมองอยู่ตลอดเวลา
เราไม่คุยกับฉินจนจบม.3
นฤทธิ์ชัยก็ไม่ใช่เพือ่นที่คบกันจริงจัง
ตอนนั้นงง ๆ
และไม่ได้รู้สึกอะไร
ไม่อยากบอกใครว่ารัก
แต่ตอนนั้นจำได้ว่าสิ่งที่ซีเรียสกว่า
คือเรื่องแม่
ม.2-ม.3 คือช่วงที่เราฆ่าตัวตายบ่อยมาก
เมื่อสักเจ็ดปีที่แล้ว แวะไปหาฉินที่บ้าน
เราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย
ลืมเรื่องที่เราเคยโกรธกันไปเลย
นี่เรายังนึกไม่ออกเลยว่างอนเหี้ยไรกัน
แล้วมันก็ขี่มอไซค์มาส่งเราที่บ้าน แค่นั้น
สองปีก่อน ตอนข้ามเรือที่ท่าคลองสาน
มีใครคนนึงนั่งอยู่ตรงข้าม
เราจ้องหน้าเพระคุ้นหน้ามาก
มันมองมา ยิ้ม ๆ
ทำให้เรานึกได้ทันทีว่าใคร
จนถึงที่จ่ายเงิน เราเดินนำลิ่ว
ผู้ชายคนนั้นเดินตามหลังมาติด ๆ
ระหว่างนั้นเอง เราเดินนำออกไป
ผู้ชายคนนั้นก็ตะโกนเรียก
"ปุ่น"
เปล่า เราไม่ได้หันกลับไปมอง
เราได้ยิน
แต่ให้ทำไง ชีวิตตอนนี้มันต่างไปมาก
เรายิ้มในใจ รุ้สึกดีที่มันยังจำเราได้
ไม่ได้หันกลับไปทัก รีบเดินทำเป็นไม่ได้ยิน
ไม่รู้จะเรียกช่วงเวลานั้นว่าความรักหรือเปล่า
มันก็ตี๊ก ๆ นะตอนนั้น
แต่
edit @ 2006/12/06 17:16:47
เค้าเรียกแล้วนะ