ตอนที่ 1 แอ๊ด ครั้งแรก คนแรก
http://thunska.exteen.com/20061204/entry
ตอนที่ 2.บี ผู้ชายขี้เหงา
http://thunska.exteen.com/20061205/entry
ตอนที่ 3. อภิชาติ ฉิน นฤทธิ์ชัย
วัยแห่งความสับสน
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-1
ตอนที่ 4 อะเด๊ก ผู้ชายของกาลเวลา
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-4
ตอนที่ 5 ชิวปิง ผู้ชายที่ทำให้นึกถึงทะเล
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-2
ตอนที่ 6 ผู้ชายที่ทำให้นึกถึงท้องฟ้า
http://thunska.exteen.com/20061205/entry-3
ตอนที่ 7 ตอนพิเศษ เซ็กซ์ในไซเบอร์สเปซ
http://thunska.exteen.com/20061206/entry
ตอนม.5 พอรู้ข่าวว่าพวกฝรั่งเศสจะมายุบรวมกับเยอรมัน
ก็มีทั้งตื่นเต้นที่จะได้เพื่อนใหม่
และแตกคอ เพราะได้ข่าวว่าพวกฝรั่งเศสแสบใช่ย่อย
ทันทีที่พวกฝรั่งเศสย้ายมาห้องเราที่กว้างกว่า
นั่นหมายความว่าไอ้พวกรุ่นน้องก็ย้ายมาด้วย
ห้องภาษาที่เคยแยกกัน
มาใช้ห้องเดียวกัน
ตารางสอนก็แปลกมากที่จัดให้วิชาฝรั่งเศสม.4
ต้องมาใช้ห้องต่อจากวิชาเยอรมันม.5
และนั่นเองคือสาเหตุที่ทำให้ฉันรู้จัก บี
บี ชาญชัย เป็นเด็กกวนตีนที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมา
จากเดิมที่ฉันชอบผู้ชายติ๋ม ๆ
ฉันเปลี่ยนใจเลย เมื่อมาเจอผู้ชายร้าย ๆ คนนี้
เย็นวันหนึ่ง ระหว่างเดินออกจากห้องเรียน
เพื่อไปที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน
เดินกลับคนเดียว
แต่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างตามมา
เพราะได้ยินเสียงมันเดาะลูกบาส
"นี่ ๆ เด็กแว่น"
เราไม่สนใจ คิดว่าคงไม่ได้เรียกเรามั้ง
"นี่ ๆ"
ฉันก็เดินจ้ำ ๆ ไม่สนใจอยู่นั่นเอง
แล้วจู่ๆ ก็มีลูกบาสเด้งมาใส่เลยเราไปหน่อยนึง
เราก็หันขวับ "ไรวะ ใคร"
"กลับบ้านหรือ" มันถาม
"เออ ทำไม" เราเคยเห็นหน้ามันอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคุยกัน
"กลับสายไรล่ะ"
"สาย 53 ไม"
"เฮ้ย เราก็นั่ง 53 " นี่มันไม่เรียกกูพี่สักคำ
แถมแทนตัวเองซะสนิทสนม
กูม.5นะเฟ้ย มึงน่ะม.6
"แล้วไง" ฉันก็เดินจ้ำ ๆ
นับแต่นั้นเราก็กลับบ้านด้วยกันทุกวัน
หลังจากที่เรากลับบ้านด้วยกันไม่กี่ครั้ง
มันก็เริ่มมาตอแยบ้านเรา
วันนึงระหว่างที่เราลงรถ
มันก็กระโดดตามลงมาด้วย
"เฮ้ยไปไหน" เราถาม
"ก็ไปบ้านมึงไง" นี่ มันรุ่นน้องกูป่าววะเหี้ยนี่
"ไปไม่ได้ บ้านรก ไม่ชอบให้ใครมาบ้าน"
"ก็จะไปอ่ะ"
ยื้อกันไปหลาย ๆ รอบเข้า ในที่สุดก็ "เออ ตามใจมึงละกัน"
อย่าคิดไปถึงเรื่องนั้น
สิ่งที่เราทำกัน ก็แค่ ที่ห้องเรามีการ์ตูนเยอะ
มีหนังสือพวกนิตยสาร และมีเปลญวน ขึงอยู่กลางห้อง
ลองนึกภาพดูนะ ที่หน้าต่าง จะมีเตียง ๆ นึง
ข้าง ๆ เตียงมีตู้หนังสือ
เหนือเตียงไปนิดหน่อย มีเปลญวนแขวนห้อยอยู่
เรานอนบนเตียง มันนอนเปลญวน
แล้วมันก็ชอบมาหลับห้องเราทุกที
กว่าจะกลับบ้านก็ดึก ๆ ดื่น ๆ
ด้วยความสนิทกัน
หลัง ๆ เวลากินข้าว มันก็ชอบเข้ามาทัก
เข้ามากวนตีน
ไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ
ตอนนั้นงอนไอ้แอ๊ด
ก็เลยเออดีเหมือนกัน
เพราะช่วงนั้นไอ้แอ๊ดพยายามจะมาคุยกับเรา
ไอ้แอ๊ดเฝด ๆ ไป และละความพยายาม
เมื่อเห็นเราสนิทกับ บี
จนวันนึง บี ก็ชวนว่า
"พรุ่งนี้วันเสาร์"
"แล้วไง"
"ที่บ้านไม่มีคน ไปต่างจังหวัดกันหมดเลย"
"อ่อ แล้ว"
"เซ็งว่ะ มาค้างเป็นเพื่อนหน่อยดิ"
"ไม่ได้ กูไม่เคยไปค้างนอกบ้าน เดี๋ยวแม่ก็ด่า"
"นะ นะ นะ นะ"
แล้วฉันก็เก็บเสื้อผ้า ไปค้างบ้านมันจนถึงบ่ายวันอาทิตย์
คืนนั้นหลังอาบน้ำ มันสูบบุหรี่
เราก็ว่ามันดูดบุหรี่ เด็กไม่ดี
(ขำตัวเองว่ะ เพระตอนนี้กูติดบุหรี่ฉิบหาย)
หลังจากนั้นก็ดับไฟนอน
บ้านมันเงียบมาก
ที่แปลกคือ ไม่เห็นมีวี่แววเลยว่าจะมีใครอยู่
นอกจากมัน
แล้วในความมืดนั้นเอง
มันก็เล่าว่า
มันอยู่คนเดียวในบ้านนี้มานานแล้ว
บ้านมันจริง ๆ อยู่ไกลมาก
แล้วที่บ้านมีบ้านเคหะแถวอนุสาวรีย์ ที่ใกล้โรงเรียนมากกว่า
มันเลยย้ายมาอยู่ที่นี่
มันเลยเหงาทุกทีที่ต้องกลับบ้าน
ในความมืด เราเห็นน้ำตามันด้วยล่ะ
น้ำตาที่สะท้อนแสงหลอดไฟนอกบ้าน
เราไม่คุยอะไรกันอีก
แล้ว......................................................
คุณอาจจะคิดล่ะสิว่า
ฉันคงดีใจ ที่ได้หนุ่มนักบาส
หน้าตากวนตีน
ตัวใหญ่แข็งแรง
โฮะ ๆ ๆ
เปล่าเรย
ตอนนั้นฉันเศร้ามาก
เพราะฉันไม่คิดว่าชีวิตฉันจะมาไกลถึงตรงนี้
อย่างที่เราบอก เราไม่เคยบอกใครเรื่องที่เราชอบผู้ชาย
เราปฎิเสธตัวเองมาตลอด
และพยายามเปลี่ยนตัวเอง
จนบอกตัวเองว่า
เออ ชาตินี้กูจะไม่แต่งงาน อยู่คนเดียวก็ได้เว้ย
จะรักษาพรมจรรย์
การเป็นเกย์มันคือเรื่องชั่ว เรื่องผิด เรื่องบาป
และฉันจะไม่ทำ
นั่นทำให้ ฉันพยายามจะออกห่างจาก บี
ไม่กลับบ้านด้วยกัน
ไม่ไปบ้านมัน และไม่ให้มันมาบ้าน
จนวันนึง ฝนตก
ฝนตกอีกแล้ว
ไม่รู้ทำไมหน้าฝนทุ๊กทีเวลามีเรื่องเหี้ยไรเกิดกับกูเนี่ย
ประมาณ 2 ทุ่ม
มีออดเสียงดังหน้าบ้าน
เราลงไปดู
บี มากดกิ่ง ตัวเปียกซ่ก
แล้วมันก็ตะโกนแข่งเสียงฝนว่า
"เฮ้ยของกูค้างบ้านมึงได้ป่าว"
จะให้ทำไงได้ มันตัวเปียกมา
แต่เหี้ยไรเนี่ย ไม่เคยเรียกกูพี่สักคำ ไอ้เด็กเวร
แต่สิ่งที่มันไม่ได้บอกเราคือ มันโดนฟัน
มันเป็นเด็กกวนตีน
ชอบหาเรื่องชาวบ้าน
(แต่มันก็ดีกับเรานะ
มันเคยปกป้องเราเวลาโดนเพื่อนแกล้ง)
"นี่เหี้ยไรเนี่ย ไปโดนอะไรมา"
ตอนมันถอดเสื้อ หลังมันมีรอยเป็นทางเลย
โชดทีที่ไม่ลึก
เป็นแค่แผลแบบถาก ๆ มีเลือดซิบ ๆ
แต่ก็น่ากลัวนะว่าถ้าสักวันมันโดนหนัก ๆ จะเป็นไง
มันเป็นค่ำคืนในความทรงจำ
เปล่าไม่ใช่เรื่องนั้น
เพราะเรื่องนั้นเรามีกันอยู่เรื่อย ๆ
ทั้งบ้านมัน บ้านเรา แม้แต่ในโรงเรียน
แต่มันคือคืนที่เราทำแผลให้มัน
ผู้ชายตัวใหญ่ ๆ กวนตีน ปากหมา หน้าดื้อ
เวรกรรม ดูแลตัวเองไม่ได้
หาเรื่องใส่ตัวตลอดเวลา
'แต่กูก็รักมันซะงั้น'
หลังจากนั้น เราเลยไปมาหาสู่กันเหมือนเดิม
ไปแดกเหล้าเป็นเพื่อนมัน
ตอนนั้นเราไม่แดกเหล้า
ไปนั่งฟังมันเพ้อ
ตังค์มันหมดก็ให้มันยืมตังค์
ซื้อหนมซื้อของไปตุนไว้บ้านมัน
ไปเที่ยวป่าด้วยกันแถวกาญจน์
จนกระทั่งจบม.6 นั่นล่ะ
ทางเดินของเราก็ไม่มาบรรจบกันอีกเลย
และระหว่างขึ้นม.6 นั้นเอง
ฉันก็ได้รู้จักกับ ม้อ
ม้อมันมาอยู่ห้องเราตั้งแต่ม.5 แล้ว
แต่ไม่สนิทด้วย
ระหว่างที่เราสับสนกับไอ้บีนั้นเอง
เราดันไปค้างบ้านม้อ ให้สบายใจ
แปลกมาก ถ้าจะว่าไป
เหมือนคนเพิ่งรู้จัก แต่ไปค้างบ้านมันซะละ
ก็กูไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ
แล้วก็เหมือนเดิม
คงเป็นความเหงา
เรากับม้อ เลยมีเรื่องเช่นนั้นซะงั้น
เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ
เช่นเซ็งไอ้บี
ก็หนีไปค้างบ้านไอ้ม้อ
นี่เราคบกันแบบไหนวะเนี่ย
ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน
edit @ 2006/12/06 11:57:11
หน้าตาเป็นไงวะ... ยากเกินกว่าจะจินตนาการได้จริงๆ เฮ้อ...