ปล.9 เปิดโอกาสให้ด่าเต็มที่เลย
ไม่ซ่อน ไม่ลบเมนต์อะไรทั้งนั้น
หน้านี้ ฉันให้เธอ
เชิญระบายอารมณ์ได้ตามใจ
เพลงนี้ฉันให้เธอด้วยเช่นกัน
เอาให้เต็มที่เลยจ้ะ
ปล.8 ให้ฟ้าสีนี้กับเพื่อนในบลอกอีกคนหนึ่ง
และให้ตัวเองด้วย มันมีอะไรบาง ๆ ในนั้น
ความเชื่อมโยงที่มองไม่เห็น
มันเหมือนความพยายาม
ที่จะสื่อสารอะไรบางอย่าง
ผมยังคงชอบถ่ายเสาไฟฟ้าทุกทีเลย
รูปนี้ถ่ายก่อนรูปที่ให้ไปเมื่อเอ็นทรี่ที่แล้ว
เศร้าไปหน่อย เลยไม่ได้เอาให้ดู
แต่ชอบอันนี้ด้วย
ไปดูอีกฟ้าที่หน้านี้
http://thunska.exteen.com/20061124/entry
มีประโยคในหนังเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก Boys on the Side เมื่อแม่มาให้กำลังใจลูก แล้วบอกว่า (ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็น)ลิซ เทเลอร์ เคยบอกว่า ชีวิตฉัน ไม่เคยบ่นว่า ไม่เคยอธิบาย Never complain never explain
ส่วนหนึ่งถ้าจะถามว่าผมเป็นคนอย่างไร ผมคงอธิบายไม่ได้ ผมเชื่อว่าการที่จะให้ใครบอกว่าเราเป็นคนอย่างไร ต้องให้คนอื่นบอก ไม่ใช่ตัวเองบอก
และสิ่งที่ผมมักจะบอกคนอื่นคือ ผมไม่ใช่คนดี และพูดจาแบบนี้ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น จะมีใครหาว่าบ้าผู้ชาย ผมก็ยอมรับ เท่าที่คุณจะเห็นจากผม หรือจากหนังของผม ผมไม่เคยปฎิเสธ
ในชีวิตจนถึงบัดนี้ ผมเจอคนมาหลากหลายรูปแบบ แต่คนที่รู้จักผมจะรู้ว่า ถ้าผมพอใจจะทำอะไร ต่อให้ทำฟรี ผมก็ทำให้อย่างถวายหัว แต่ถ้าไม่ จะเอาบุรุษหล่อแค่ไหนมาล่อ ผมก็ไม่ใยดี
ตลอดเวลา เมื่อผมคิดว่าจะเริ่มทำหนัง ผมบอกตัวเองเสมอว่า หนังคือปัญหา เพราะขั้นตอนของการทำหนัง มันคือการแก้ปัญหาไปทีละเปลาะ ไหนจะหากล้อง หานักแสดง ตัดต่อ ฯลฯ มันคือการแก้ปัญหาทั้งสั้น ส่วนถ้าริจะทำหนังแล้ว ก็อย่ากลัวว่าใครจะวิจารณ์ ดังนั้น ผมไม่เคยใส่ใจเลย ถ้าจะมีใครมาว่าหนังผม หรือตัวผม เพราะผมรู้อยู่แก่ใจว่า อะไรที่ผมต้องการ อะไรที่ผมทำเพื่อ และอะไรคือความจริง
สิ่งที่เกิดขึ้นในเว็บบอร์ดไบโอนั้น คือสิ่งที่เกินคาด
ถ้าจะวกลับไปที่จุดเริ่มต้น ผมแค่ทนไม่ได้กับการเห็นคนถูกกระทำ อันที่จริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเคยเจอเรื่องทำนองนี้
หลายปีก่อน ผมเคยทะเลาะกับคนคนหนึ่ง ด้วยเหตุว่า เขามาสร้างความอยุติธรรมให้กับเพื่อนร่วมงานของผมคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่เคยรู้อนาคตเลยว่า คนคนนั้นจะสร้างหายนะให้กับชีวิตผมจนบัดนี้
แต่ผมไม่แคร์ ผมเชื่อว่า ถ้าเรารู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร เจตนาของเราเป็นอย่างไร ทำไป ใครจะเข้าใจหรือไม่ ไม่สำคัญ ขอเพียงได้ทำสิ่งที่ต้องการ และความต้องการนั้น ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ใคร ก็พอแล้ว
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อบุคคลที่สาม และสี่ โทรมาหาผม ปรึกษาเรื่องบุคคลคนนั้น ที่โทรไปราวีไม่เลิกรา สิ่งที่ผมเป็นเดือดแทนคือ ทำไมไม่โทรมาหาเรา ผมจึงเริ่มรุก และยั่ว(ผมยอมรับ) ในบอร์ดเว็บหนึ่ง ซึ่งก็ได้ผม เมื่อคนคนนั้น พุ่งตรงมาหา และกระหน่ำโทรมาไม่ว่างเว้น
ความอดทนของคนมีจำกัด ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดี ที่จะต้องมานั่งทนกับเรื่องทำนองนี้ แต่ก็ตอบโต้ไปตามวาระ แต่สิ่งที่เราได้รู้มาใหม่ จากคนที่เคยคุยกันทางเอ็ม เราได้พบข้อมูลของอาการโรคของคนที่เคยเป็นโรคนี้ ซึ่งมีกรณีศึกษาว่า สามารถทำสิ่งใดได้บ้าง
เชื่อไหมว่า ลำพังผม ผมไม่เคยใส่ใจตัวเองหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวผมบ้าง ผมเชื่อว่า ชีวิตมันสั้น และเราก็อยู่อย่างพร้อมจะตายมาเป็นเวลานานแล้ว
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ เรื่องจะบานปลายไปกว่านั้น เมื่อคนคนนั้นส่งวัตถุลึกลับไปยังออฟฟิศไบโอ โดยยังโทรกลับมาเยาะเย้ยว่า น่าสมเพช นึกว่าเป็นระเบิดล่ะสิ ท้ายที่สุด ผมจึงได้เข้าแจ้งความโดยทันที และมีการส่งเรื่องไปยังกองปราบปราม เพื่อตรวจหาไอพี เพื่อตรวจสอบในสิ่งที่ผมเข้าแจ้งความไปนั้น
อย่างไรก็ตาม จากกรณี โพสต์สุดท้าย
มันเพียงเพราะว่า จากโพสต์ก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่มีบางคนถือโอกาสประสมโรง ด่าว่าผม และไบโออย่างเสียหาย ซึ่งถ้าจะเอาจริง ๆ ผมไม่ใส่ใจเลย ขอย้ำว่าไม่ใส่ใจเลย
มีคนบอกว่า ไม่อายหรือ เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
ตระกูลผม ไม่ใช่ผู้รากมากดีมาแต่ไหน เป็นเจ๊กแท้ ๆ โล้สำเภามาจากตอนใต้ของจีน
ผมจะอายทำไม ในเมื่อผมรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่โพสต์นั้น จริง หรือไม่ หรือมีการเขียนใส่ไคล้ ใส่ไข่อย่างไร
และผมก็มีวิจารณญาณพอที่จะยอมรับได้ด้วยว่า เมื่อผมสามารถเขียนด่าอีกฝ่ายหนึ่งได้ ผมก็ควรยอมรับการด่าจากอีกฝ่ายได้ ผมไม่เดือดร้อน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด
แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า มีบางโพสต์ที่เขียนมาเข้าข้างผม และพยายามจะปลอบใจ ซึ่งผมก็ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง แต่เกรงว่า ความช่วยเหลือนั้น อาจเป็นการยั่วยุให้อีกฝ่ายโกรธ และหาเหตุอ้างว่า ผมนั้นโพสต์เพื่อยกยอปอปั้นตัวเอง อีกเหตุหนึ่งคือ ผมเกรงว่า กระบวนการตรวจสอบที่ทางกองปราบกำลังกระทำอยู่นั้น จะไขว้เขว และเพื่อนผม จะติดร่างแหนี้ไปด้วย ผมจึงโพสต์เพียงว่า รบกวนเพื่อนอย่าโพสต์ตอบ เนื่องด้วยกองปราบกำลังหาแหล่งที่มา
ผมใช้คำว่าเพื่อน เพื่อจะบอกว่าเพื่อนที่เข้ามาช่วย ช่วยหยุดโพสต์ ส่วนคนอื่น ก็เชิญโพสต์ตามสบาย คือไม่ต้องมาเห็นใจ
เนื่องด้วยกระทู้นั้น ผมได้คุยกับพี่ดาอย่างเป็นการส่วนตัวว่า อย่าลบเลยได้มั้ย
เพราะเขามีสิทธิ์จะด่าผม และผมเองก็ได้เขียนไว้ด้วยว่า ได้โปรดอย่าลบ และผมจะไม่เขียนอะไรอีกต่อไป
แต่การณ์กลายเป็นว่า ผมได้ลากเอาไบโอสโคปเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
และเข้าใจว่าไบโอถือหางผม
เอาล่ะ ถ้าจะถามว่าผมเสียใจต่อสิ่งที่ผมทำมั้ย
ผมไม่เสียใจ เพราะเหตุว่า ผมไม่อยากให้ใครมาเจอชะตากรรมซ้ำซ้อน ต่อเนื่อง จากบุคคลคนนี้อีก เพราะเขาจะเกาะติดคุณ และทำร้ายคุณ ไม่ว่าคุณจะทำดีกับเขาแค่ไหน ถ้าผมไม่ทำ ผมเชื่อว่ามันจะเกิดกรณีต่อเนื่องไปใหญ่
ผมเสียใจมั้ยที่มีคนมาโพสต์ด่าผมเสียหาย
ผมไม่เสียใจ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด ที่จะเข้าใจว่าผมเป็นคนอย่างไร ผมรู้ตัวดีว่าสิ่งใดจริง และรู้ดีว่าเจตนาของตัวคืออะไร ชีวิตมันเส็งเคร็งพอแล้ว ถ้าใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ เจ็บปวดเกินไป และไม่เป็นการหนักแน่นเลย ที่เพียงแค่คำคน ก็คล้อยปลิว และเลิกราในสิ่งที่มุ่งมั่น
แต่สิ่งที่ผมเสียใจคือ
การที่ไบโอสโคป ซึ่งตั้งใจจริงมาตลอด และโครงการนี้ เป็นโครงการที่ไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุน ถูกลากมาทำให้เข้าใจผิดเสียหายไปใหญ่โต และหลาย ๆ คำพูดที่ด่าทอไปกับไบโอนั้น ในส่วนของผม รู้ดีว่าอะไรบ้างที่จริง และอะไรบ้างที่เป็นความเข้าใจผิด
ผมเสียใจที่ลากเพื่อนเข้ามาซวยในกรณีนี้
ด้วยเหตุนี้
ผมจึงกราบขอโทษมายัง นิตยสารไบโอสโคปทุกท่าน ทั้งพี่หมู สุภาพ หริมฯ พี่ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ เต้ ไกรวุฒิ จุลพงศธร รวมไปถึงน้อง ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ในออฟฟิศทุกท่าน ที่ต้องมาพลอยอกสั่นขวัญแขวนว่า จะมีใครมาเขียนด่าทำลายชื่อเสียง หรือไม่รู้ว่าจะมีวัตถุชนิดใดส่งมาสร้างความตระหนกอีก
ผมเสียใจ
และขอโทษต่อสิ่งที่ได้ทำในครั้งนี้
ส่วนใครที่ต้องการจะด่าผม ผมเปิดหน้านี้ ให้เข้ามาด่าได้ในทุกกรณี ในบลอกแห่งนี้
ธัญสก พันสิทธิวรกุล
ปล.ขอบคุณเพื่อนทุกคน ตั้งแต่ 28 / 12 / 97 ผมตระหนักเสมอมาว่า ชีวิตนับแต่นั้นจนบัดนี้ ผมยังคงหายใจอยู่ได้ เพราะ "เพื่อน" ส่วนเพื่อนคนไหนจะเคลิ้มคล้อย ลอยปลิวไปกับลมปากคนอื่น ผมก็มิอาจเหนี่ยวรั้งใดใดได้ ผมยังคงเป็นของผมอยู่แบบนี้ และไม่คิดว่าอะไรจะมาเปลี่ยนผมได้ ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนครับ
ปล.2 มอบเพลงนี้ให้กับ น. เพื่อนคนหนึ่งในไซเบอร์สเปซ ไม่มีเรื่องอะไรที่เลวร้ายที่สุดหรอก เพราะเวลาที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่เจออยู่นั้น แย่ที่สุดแล้ว เราจะพบว่า มันจะมีเรื่องแย่กว่านั้นอีก เพราะฉะนั้น ไม่มีอะไรแย่ที่สุด สิ่งที่แย่ที่สุด คือการเลือกที่จะไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่างหาก มันแย่เพราะ เราจะไม่มีโอกาสอีกเลย ที่จะได้พบว่า ยังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับเรา ขอให้ความเศร้าจะสอนให้ใจเข้มแข็ง ชีวิตเป็นของเรา ไม่ใช่ของใคร (ประโยคนี้ฉันเรียนรู้มาจากเธอ และขอบคุณเธอเสมอที่ฉันยังอยู่ และหวังว่าเธอจะอยู่รอดูฉัน และพูดสิ่งนี้กับฉันเช่นกันในวันที่ฉันอ่อนแอ)
ปล.3 เสียใจนิดหน่อย กับเพื่อนที่ฉันต้องมาเสี่ยงเช่นนี้เพื่อ แต่ในเวลานี้ กลับหายหัว และซ่อนเม้นต์ฉัน มันคือความกลัว หรือคืออะไร สำหรับฉัน ถ้าฉันจะสู้เพื่อใคร ฉันยอมตาย มันอาจจะดูโง่ แต่ฉันขำในคำคน ในจิตใจคน ที่หลบ และไม่กล้ายืนหยัด ขอให้โชคดีกับการตามไปที่ต่าง ๆ ที่คนเข้ามาเมนต์ฉันนะ ไม่ต้องอธิบาย ฉันเข้าใจแล้ว เป็นเช่นนี้เอง ที่เธอต้องการ
ปล.4 ถึงพี่.....ปล3.นั้น ผมมิได้หมายถึงพี่ครับ ผมเข้าใจดีเรื่องนั้น และขอบคุณครับที่smsมาหาผม
มีปล. 5 จนได้ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอนใครทั้งนั้น ไม่ได้ต้องการคนปลอบโยน หรือเห็นใจ ไม่ได้ปากดี ไม่ได้หยิ่งแต่อย่างใด ตอนนี้ อยากจะพัก เพราะมีเรื่องต้องจัดการอีกมากมาย ที่สำคัญกว่าเรื่องนี้มากนัก ขอโทษที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ แต่ตอนนี้ ปวดหัว ไมเกรนมา แล้วพรุ่งนี้ ดูเหมือนว่าต้องส่งต้นฉบับให้หนังสืออีกเล่ม ยังไม่ได้เริ่มเลย แถมเว็บก็ยังมิได้อัพ แล้วก็มีอีกสี่เทศกาลตามจิกในสิ่งที่กูยังทำไม่เสร็จ ขอบคุณนะพี่น้องผองเพื่อน ขอโทษทีที่ทำให้เดือดร้อนเข้าใจผิดไปกันใหญ่ แต่ ขอ พัก จริง ๆ ไม่ได้พักไปนอนเล่น แต่พักไปทำงาน เฮ้อ ปลายปีด้วยล่ะ หนังสือจะปิดเล่มไวกว่าปรกติ เพราะช่วงหยุดยาวของโรงพิมพ์
มีปล.6 อีกจนได้
ถึง....คือไม่รู้ทำไม ผมเข้าฮอทเมล์ไม่ได้เมื่อคืน พยายามอยุ่หลายที อย่างไรก็ตาม ผมเพิ่งได้รับอีเมล์สักไม่กี่วินาทีก่อนนี้เอง
ผมเข้าใจดี ผมยังย้ำอยู่ว่า ผมเข้าใจดี สิ่งหนึ่งที่ผมได้เขียนไปแล้ว อย่าอ่อนไหวกับคำคนเลย ผมไม่ใช่คนเข้มแข็งนัก แต่สำหรับผม เพื่อนคือผู้ที่ช่วยกันประคับประคอง ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม และผมเองก็มีข้อบกพร่องอยู่หลายอย่าง ผมเคารพในการตัดสินใจของคนที่ผมเคารพเสมอ
สู้ สู้ ครับ
ปล.7 ถึงผู้ที่พยายามจะโทรหาผม
ขอโทษที
แค่ตอนนี้ไม่อยากคุยโทรศัพท์ จริง ๆ
ไม่ได้ติดใจอะไร เข้าใจแล้ว
เอาไว้เจอกันในเอ็ม
แต่ไม่ใช่วันนี้นะ
ขอโทษทีจ้ะ
edit @ 2006/11/30 19:16:03