สำหรับผู้ที่ต้องการจะเขียนคอมเม้นต์ในหน้านี้
รบกวนว่า อย่า ล็อคอิน
หรืออย่าใส่ลิ้งค์ในช่องเว็บไซต์
ช่องของหน้าคอมเมนตฺผมนั้น
ช่องบน ให้กรอกชื่อ
ช่องล่างกรอกเว็บไซต์ หรือบลอก
ใส่ชื่ออย่างเดียวจะดีกว่า
หรืออย่าล็อคอินนะครับ
จากหลาย ๆ เอ็นทรี่เก่า ๆ ที่ฉันเคยโพสต์ถึงคนคนหนึ่ง ว่า เราได้แจ้งตำรวจจับแล้วนั้น
แล้วก็ดูจะมีคนตกใจถามไถ่กันมามาก ฉันตอบไปบ้าง ไม่ตอบบ้าง
เอาล่ะ คิดว่า ถึงเวลาเสียที ที่ฉันควรต้องเล่าทั้งหมดให้ฟัง
เมื่อปี 2004 ไบโอสโคปจัดโปรเจ็คท์หนึ่ง ชื่อว่า สารคดีข้างบ้าน โดยการคัดเลือก จากคนที่ไม่เคยทำสารคดีมาก่อนเลย ส่งโครงการเข้ามา โดยที่จะมีทีมคอยดูแล หนึ่งในนั้น คือฉัน ที่จะเป็นคนดูแล และมีคนที่ส่งเข้ามามากมายเกินคาด
แต่ระหว่างคัดเลือกนั้นเอง สิ่งที่สะดุดคือ โปรเจ็คท์หนึ่ง ที่เขียนอย่างคนอารมณ์ดี เธอเป็นกระเทยนางหนึ่ง ที่มีชีวิตในฝัน ที่อยากจะออกเดทกับผู้ชายสักครั้ง เธออยากเดทในวัด ในสุสาน ในที่เที่ยวคนปรกติทั่วไป นำเสียงของการเขียนของเธอนั้น ลั้ลลามาก
และเป็นหนึ่งในคนที่ฉันอยากดูน้ำหน้า ว่าอีนี่ จะเป็นไง
สิ่งที่ฉันผิดคาดมาก ๆ คือ เจ้าของเรื่องนี้โปรเจ็คท์เธอชื่อ My First Boyfriend เธอมาพรีเซนต์ด้วยอาการประหม่าสุด ๆ มือสั่นระริก ประหนึ่งว่า ถ้าตะคอกใส่ เธอออกเยี่ยวแตกร้องไห้ตรงนั้น
พวกเราพยายามให้กำลังใจเธอว่า ก็อธิบายมา ในที่สุด เรารวมหัวกันสรุปว่า โปรเจ็คท์นี้น่าสนใจ อันที่จริง ถ้าถามตรง ๆ ทุกคนสนใจ ในคราวแรกนั้น ยกเว้นฉัน ฉันรุ้สึกว่า คงลำบากแน่ เพราะบุคลิกเธอ คนคงกระเจิง แต่เมื่อฟังความพี่ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ ว่า เราควรให้โอกาส ก็สนุกดีเหมือนกัน ฉันเห็นด้วย
เหมือนผีดลใจ ในที่สุด ฉันเลยรับอาสาดูแลสองโปรเจ็คท์ โปรเจ็คท์หนึ่ง คือ My First Boyfriend อีกโปรเจ็คท์ คือ กลับบ้าน ของ ศิวดล ระถี ฉันขอข้ามเรื่องของศิวดลไป เพราะไม่ใช่คู่กรณีในเรื่องที่จะเล่านี้
โปรเจ็คท์My First Boyfriend นี้ คือการตามหาผุ้ชายกล้าตายสักคน มาเดทกับกระเทยวิปริตคนหนึ่ง โดยเธอรู้สึกว่า เธอต้องการผุ้ชายแท้ มาเดทด้วย เธอไปโพสต์เอาไว้ในบอร์ดหนึ่ง มีคนสนใจประมาณหนึ่ง เธอถ่ายรูปคนสามสี่คนที่เธอไปสัมภาษณ์มาให้ฉันเลือก สุดท้าย เหลือผู้ชายสองคน และฉันคิดว่า คนที่เธอน่าจะเลือก ควรจะเป็นโอ๊ธ ผุ้ชายมองโลกในแง่ดี มีอัธยาศัยงาม และฉันว่าน่าจะอดทนกับคนโรตจิตอย่างอิสระได้
ฉันแนะนำว่า อย่าเสียเวลาในการถ่ายหลาย ๆ ครั้งเลย ให้ถ่ายคราวเดียว โดยการไปเดทในที่แห่งเดียว ฉันเลยแนะนำว่า ไปเสม็ดสิ แล้วก็บอกวิธีทางไปทุกอย่าง ว่าจะทำไงบ้าง
สิ่งที่ฉันไม่เคยเอะใจเลยคือ อิสระบอกว่า แม้เธอจะอยู่สุราษฎร์ แต่เธอสามารถขึ้นมากทม.ได้ เพราะเธอมาบ่อย (หลังจากนั้นฉันเพิ่งรู้ความจริงที่เธอมาบ่อย)
เอาล่ะหนังถ่ายเสร็จแล้ว พร้อมด้วยสิ่งที่เธอเชื่อว่ามันคือหายนะ เพราะการออกเดทนั้นล่ม
ไปหาหนังเรื่องนี้มาดุนะ มันเต็มไปด้วยความโรคจิต เพราะเธอจะหวั่นไหวตลอดเวลา ย้ำคิดย้ำทำ และเฝ้าถามคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ หรือไม่ก็บ่นว่าตัวเองว่าเพราะเราเป็นกระเทยใช่มั้ย เพราะเรามันน่ารำคาญมั้ย เพราะเราเป็นแบบนี้ เราถึงไม่มีเพื่อน
หลังจากถ่ายเสร็จ ฉันทนความน่ารำคาญของผู้กำกับคนนี้ไม่ไหว โอนโปรเจ็คท์นี้ให้เต้ดูแล และฝากฝังให้โบท มาช่วยตัดต่อให้
สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เธอเกิดอาการหลงรักผุ้ชายคนนั้นจริง ๆ และยิ่งแย่เมื่อเธอรู้ความลับบางอย่างเกียวกับผุ้ชายคนนั้นที่เธอเลือกมาเดทด้วย
เธอโกรธแค้น คลุ้มคลั่ง
และเธอโทรศัพท์ไประรานเขา วันละเป็นร้อยหน ขอย้ำว่าเป็นร้อยหนจริง ๆ ตามด้วยการส่งแมสเสจด่า
เรื่องลุกลามมาเรื่อย โอธทนมาเป็นปี จนเมื่อความบาดหมางนี้ไม่สิ้นสุด นี่ฉันควรเรียกว่าความบาดหมางมั้ย เพราะฉันไม่เข้าใจเหตุผลซะทีเดียว
เอาล่ะ ฉันมารู้ความจริงเอาเมื่อเดือนที่ผ่านมานี่เอง ว่าความบ้านั้น มันเป็นอย่างไร และอะไรคือความลับ ที่คนคนนี้ต้องขึ้นมากรุงเทพบ่อยครั้ง
เพราะเธอต้องไปหาหมอพระมงกุฎ มารักษาอาการป่วยทางจิต
ความมาแตกก็ตรงที่ฉันได้รู้ความลับน่าสะพรึงกลัว
เธออายุสามสิบแล้ว
เรียนไม่จบ เพราะถูกไล่ให้กลับมาอยู่บ้าน เพราะเอาแปรงลบกระดานโยนใส่หน้าอาจารย์
เอาดินสอจิ้มมือเพื่อนด้วยความโกรธ และหวีดร้องโหยหวน
แม่เธอบอกว่า เพราะมีลูกตอนแก่ แล้วเป็นลูกหลง เป็นลูกคนเล็ก เลยต้องตามใจ
เธอมีอาการทางจิตอย่างรุนแรง
มีฮอร์โมนบางอย่างไม่สมดุล นั่นคือผลวินิฉัยของหมอ
แต่เธอกินยาแล้วน้ำลายจะฟูมปาก
ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ที่บ้านมีฐานะมาก พ่อเป็นตระกูลใหญ่เมืองใต้
อยากเปิดร้านหนังสือ ที่บ้านเปิดให้
อยากได้กล้องถ่ายวิดีโอ ที่บ้านซื้อให้
อยากได้อะไรตามใจ
ผลผลิตนี้จึงออกมาที่
เมื่อมีอะไรทำให้ขัดใจ ไม่สบายใจ เธอจะตอบสนองกลับอย่างรุนแรง
ด้วยการหวีดร้อง โหยหวน กระทืบเท้า ร้องครวญครางเป็นที่อนาจ
ทุกครั้งแม่ทนไม่ได้ จึงตามใจ ไปเรื่อย ๆ
แค่สิ่งที่คนบ้าคนนี้ไม่เคยสำนึกคือ คนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวนั้น เขาทนพฤติกรรมนี้ไม่ได้
สุดท้าย ฉันเลยโดนในสิ่งที่ทั้งโอธ และเต้ เคยโดน
และคนอื่น ๆ ก็พาลโดนด้วย
เธอโทรไปออฟฟิศไบโอสโคป เป็นร้อยหน เพื่อด่าฉัน กับเครื่องรับโทรศัพท์อัติโนมัติ(สิ่งนี้เธอไม่เคยรู้)
เธอแมสเสจเป็นร้อย ๆ ครั้ง (แต่เธอคงตกใจว่าฉันไม่ได้อ่านเลยแม้แต่ตัวเดียว เพราะฉันมีงานอื่นต้องทำเกินกว่าจะใส่ใจ และมือถือที่ฉันใช้อยู่นั้น มีบริการที่ฉันคิดว่าเอาไว้ป้องกันคนบ้าโดยเฉพาะ โทรมาเป็นร้อย ๆ ครั้ง ที่พอฉันโทรกลับ มันก็ไม่พูดอะไร)
แรก ๆ ฉันทนได้ และฉันยัไงไม่ได้ลองบริการพิเศษของมือถือ
สุดท้ายฉันยอมแพ้ ฉันโทรไปราวีบ้าง
มันบ้ามา ฉันบ้าไป
คืนนั้นความจริงก็กระจ่าง
เธอหวีร้องครวญคราง และออกอาการบ้าอย่างถึงที่สุด
ส่งข้อความว่าจะฆ่าฉันให้ได้
แม่ว่าอย่างไรเธอไม่ฟัง
เธอผลักแม่ โยนข้าวของ
พังบ้าน และเป็นบ้า
ทุกวันนี้ ดึก ๆ ดื่น ๆ เธอก็โทรมา หรือไม่ก็แมสเสจมา(เธอไม่รู้ว่า ฉันใช้บริการพิเศษ ที่ฉันไม่ต้องมาทนรำคาญกับโทรศัพท์โรคจิตอีกต่อไป ขอบคุณเอไอเอส)
น่าสงสาร
น่าสมเพช
คุณอาจคิดว่าฉันควรจะทนเพื่อให้เขาหายบ้า
คงต้องบอกว่า ถ้าคุณไม่โดนกับตัวคงไม่รู้
คนบ้าคนนี้คุกคาม และตีหน้าเก่ง
เธอมีโลกอีกด้านที่เธอสร้าง ดูเหมือนเป็นคนดี สดใส เป็ฯอีกคน เธอเข้ามาโพสต์ในชื่ออื่น
แต่อีกคนของเธอ มันคือปีศาจร้าย
หยาบคาย และมองโลกในงแง่ร้าย หดหู่เอามาก ๆ
เก็บกักความเจ็บแค้น ทุรนทุราย ดึกดึกดื่น ๆ นอนไม่ได้
ทำงานอะไรก็ไม่ได้
ทำให้พ่อแม่เป็นบ้าประสาทเครียด
ล่าสุด เพื่อนที่ซี้สุด ๆ ก็หักหลังและเลิกคบกับเธอ
ความไม่มีเพื่อน ความป่วย ไม่ยอมกินยา พาลบ้า ด่าทอคนอื่น
โดยไม่เคยมาใช้สมอง สติ คิดไตร่ตรองว่า
เหตุไร คนอื่นเขาถึงเกลียดชัง ถึงทนไม่ได้
มีคนบอกว่า ก็รู้ว่าเขาบ้า ต้องให้อภัย
ฉันอยากบอกว่า ถ้าคนบ้าคนนี้ ถูกจับเข้าโรงบาลบ้า รอหมอรักษาฉันคงเห็นใจ
แต่คนบ้าคนนี้ ไม่กินยา ไม่หาหมอ และที่บ้านตามใจ
ตอนนี้ ฉันคงต้องบอกให้คนคนนี้รุ้ตัวแล้วว่า
เรากำลังรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีนี้ อย่างจริงจัง
ด้วยเหตุว่า ฉันได้รุ้จักกับตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งมีอำนาจพอที่จะจัดการอะไรบางอย่างได้โดยเร็ว
หากแต่ทว่า ฉันยังลังเลอยู่ว่า ควรจะปล่อยไป หรือจัดการดี
ความอดทนของฉัน มีจำกัด
อันที่จริง ฉันไม่ใส่ใจหรอกกับคนบ้าคนหนึ่ง
ไม่ใช่คนที่ฉันชอบพออะไรอยู่แล้ว
จะตายไปฉันก็ไม่แคร์
เป็นแค่เศษสวะในสังคม ที่คอยอยู่เพื่อทำร้ายคนอื่น
ทำให้แม่เสียใจ
ฉันไม่แคร์เลย
และเรื่องงี่เง่า ที่เขาทำเพื่อเรียกความสนใจนั้น ฉันก็ไม่แคร์
เพราะฉันมีงานที่ทำไม่หวาดไหว
ผิดกับคนบ้าคนนี้ที่วัน วันไม่ทำอะไร
และเอาเงินทองพ่อแม่มาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
อ้างความชอบธรรมว่าตัวเองทำได้
เหมือนที่ทำกับครอบครัว ที่หวีดรอ้ง กระทืบเท้า
และหวังว่า แม่จะเห็นใจ จะโอ๋ จะปลอบ จะตามใจ
คงรู้จักฉัน น้อยเกินไปแล้ว
สิ่งหนึ่งที่ฉันแน่ใจว่า
ฉันไม่ใช่คนดี
และฉันก็ไม่เคยบอกว่าฉันเป็นคนดี
และการกระทำชั่ว ๆ ที่คอยเขียนอะไรลับหลังนั้น
หรือทำเป็นคนสองคน
คอยเข้ามาสอดแนมนั่นนี่กับฉันนั้น
ฉันมีข้อมูลทุกอย่างไว้หมดแล้ว
ฉันแค่รอเวลาบางอย่างเท่านั้น
สงสารก็แต่แม่ แต่ครอบครัวมัน
ที่ต้องทนรับกรรมกับการกระทำชั่ว ๆ ของลูกเวรคนนี้
ฉันขอรับรองว่าสิ่งที่เขียนนี้ ไม่ได้ใส่ความใคร
รออีกนิดเดียวนะจ๊ะ
เราคงได้เห็นดีกัน
โปรดฟังอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่ต้องการจะเขียนคอมเม้นต์ในหน้านี้
รบกวนว่า อย่า ล็อคอิน
หรืออย่าใส่ลิ้งค์ในช่องเว็บไซต์
ช่องของหน้าคอมเมนตฺผมนั้น
ช่องบน ให้กรอกชื่อ
ช่องล่างกรอกเว็บไซต์ หรือบลอก
ใส่ชื่ออย่างเดียวจะดีกว่า
หรืออย่าล็อคอินนะครับ
edit @ 2006/11/13 13:29:36
คำถามคือ อิสคนนี้
มีอาการหลอนที่สามารถทำให้แม่เขาเชื่อได้ว่า คนอื่นเป็นฝ่ายคุกคามเขา โทรไปหลอนเขา เขียนด่าเขาก่อน
ทั้ง ๆ ที่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนทำทั้งสิ้น
ประกอบด้วย mania สลับ depress
คือ บางวันก็จะบ้าคลั่ง บางวัน ก็จะ ซึมเศร้า
รักษษได้ด้วยยา
แต่อาการข้างเคียงของยาก็รุนแรง พอสมควร
ต้องรับการรักษาต่อเนื่อง และปรับขนาดยาตามแพทย์สั่งครับ
หมายเหตุ คุณ filmsick เป็นเภสัชกร
edit @ 2006/11/13 13:43:46
ขอนุญาติเอาเอ็มที่คุยกับเพื่อนคนหนึ่งในบลอกที่คุยกันเมื่อเช้า มาให้อ่าน
คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่เจอเคสเดียวกันนี้ด้วยครับ
says:
อืมมมม นี่ไม่ได้บอกเพื่อนเลยนะ แต่เห็นพี่เจออะไรยังงี้อยู่ เลยเอามาบอกดีกว่า
says:
คือถ้าพี่ทำไงให้เค้าไปอยู่โรงบาลได้ มันก็ดีอะ
says:
แล้วคนบ้าไม่กินยา ไม่แปลกเลย เพราะคนบ้าเกือบทั้งหมด ไม่กินยา เพราะเค้าจะไม่ยอมรับว่าตัวเองบ้า แล้วพอกินยามันจะมีผลข้างเคียงด้วย
says:
คือน้าผม
says:
เรื่องนี้ผมแทบไม่รู้เลยนะ มารู้เอาเมื่อเกิดเรื่อง
says:
ก่อนนี้รู้ว่าน้าผมมีปัญหาทางประสาท แต่ไม่รู้มากขนาดไหน รุ้ว่าเค้าเคยไป รพ. พระมงกุฏ แต่ผมนึกว่าหายแล้ว
says:
เค้าบ้าขึ้นมาวันนึง แล้วอาละวาด แทงยายผมเจ็บ แล้วก็ตาผมเสียชีวิต
says:
ยายคือแม่เค้าแท้ๆอะ แต่ตาคือสามีใหม่ ก็เป็นพ่อเลี้ยง
มิงกินโย says:
กะลังอึ้ง
มิงกินโย says:
คืองี้ เรามีเพื่อนของเพื่อน เป็นจิตแพทย์
มิงกินโย says:
อยู่ในเมืองเดียวกับเขาที่สุราษฎร์
says:
แล้ว
มิงกินโย says:
แต่ปรากฎว่า
มิงกินโย says:
เขาบอกว่า ต้องให้คนไข้มา
มิงกินโย says:
คือเขาไม่ยอมไปหาหมอน่ะ
มิงกินโย says:
คือตอนแรกน่ะ เขาว่า
มิงกินโย says:
โรงบาลมีสิทธิ์จับเขาเข้ารพได้
says:
คือจะบอกด้วยว่าที่บ้านก็เคืองๆพระมงกุฏเหมือนกันอะ เพราะวันที่เกิดเรื่อง เค้าหนีจาก รพ. มา แล้วพยาบาลปล่อยเค้ามาได้ไงไม่รู้
มิงกินโย says:
แต่ต้องให้คนที่บ้านแจ้งความ
มิงกินโย says:
แต่ทีนี้ คนที่บ้านน่ะ เป็นพวกตามใจไง
มิงกินโย says:
คือบรรยากาศบ้านเขา ทำให้เขาเป็นแบบนี้ด้วย
มิงกินโย says:
เลยเอาเขาเข้าโรงบาลไม่ได้
says:
เข้าใจ
มิงกินโย says:
จริง ๆ เราก็มีเพื่อนคนนึง ที่เขาไม่ได้บ้า แต่วันหนึ่งเขาก็เอาแฟนเขามาหั่นศพนะ
says:
ยังงี้แหละ คือตากับยายผมก็พยายามรักษาน้า แต่เค้าก็คิดว่าคงไม่เป็นไร เค้าคงไม่ทำอะไร
มิงกินโย says:
เสริม สาครราษฎร์น่ะ เพื่อนเราเอง เรายังช็อคเลย
says:
โอววววว
says:
อ๋อ เพื่อนพี่หรอ เค้าเคยเรียนคณะผมด้วยหนิ
มิงกินโย says:
ที่……….
says:
ใช่
says:
นั่นแหละ เออ แล้วคือทีนี้ เรื่องเพิ่งเกิด 2 เดือนก่อนเอง
says:
แต่ตอนนี้เค้าปล่อยตัวมาแล้ว ทุกคนกำลังช็อคกันอีกรอบ
มิงกินโย says:
อ้าวปล่อยมาไม
มิงกินโย says:
เขาไม่ได้เมายาบ้าใช่มั้ยอ่ะ
says:
ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน
says:
ไม่ใช่ เค้าเป็น
says:
สองบุคลิก
มิงกินโย says:
says:
ใช่ แล้วคือ ถ้าเค้าเป็นขึ้นมา คนอยู่ใกล้อะแหละจะโดน
says:
พ่อแม่เค้าอะแหละ ตอนทำเค้าไม่รู้หรอกนะว่าเป็นแม่
says:
ผมฟังคนที่บ้านผมเล่าแล้วแบบ....จะร้องไห้
says:
แต่คือ ถ้าทำไงก็ได้ให้เค้าอยู่ในโรงพยาบาลได้อะดีสุด
says:
คือ กับยายกับตา ตอนที่เค้าเป็นปกติ ฮอร์โมนไม่ได้หลั่ง นี่เค้าดีมากเลยนะ
says:
แล้ววันนั้นที่พยาบาลปล่อยเค้ามา เพราะเค้าดูเหมือนปกติอะ
มิงกินโย says:
คือเขามีอาการเรื่อย ๆ หรือ
says:
คือเค้าเป็นคนชอบเอาใจ มนุษยสัมพันธ์ดี ปากหวาน อะไรงี้ด้วย
มิงกินโย says:
แต่เชื่อมั้ยว่า แม่เขาเชื่อว่า เขาจะไม่ทำร้ายแม่
says:
ใช่ๆ แต่บางทีก็กลายเป็นอีกคนขึ้นมา อาละวาด
มิงกินโย says:
แม่เขายังกลับมาด่าพี่เลยว่า มึงนั่นแหละสักวันจะโดนมันฆ่า
says:
ใช่ แต่นี่ไง ตายายผมก็คิดยังงั้น
says:
เค้าเคยอาละวาดแล้วขู่ๆไว้ด้วยนะ แต่ก็ไปคิดว่าเค้าลูกนะ คงไม่ทำอะไรหรอก
says:
แต่คนมันเป็นมันทำนะ ไม่รู้หรอกว่าพ่อว่าแม่
says:
หมอเค้าบอกว่าเป็น bipolar
says:
นี่ออกมาได้แบบ ประกันตัวเองด้วย งง.....ก็รอขึ้นศาล แต่คงอีกนาน
says:
ทุกคนก็กลัวว่าเค้าจะไม่กินยา เพราะจริงๆคนเป็นโรคนี้อะ กินยาแล้วมันคุมได้ แต่คนจะไม่ค่อยกินกันหรอก
says:
แล้วเมื่อก่อนที่เค้าเคยรักษาเค้าก็ไม่กินยา แอบบ้วนทิ้งตลอด แล้วก็ชอบมาอวดกับยายด้วยว่าเก่งมั้ย ไม่เห็นต้องกินยาก็ไม่เป็นอะไรเลย
says:
ตอนที่เกิดเรื่อง เข้าโรงบาลใหม่ๆ หมอเค้ายังเห็นว่าบ้วนยาทิ้งเลยอะ
says:
คือ ถ้าพี่คุยกับครอบครัวเค้า พี่เล่าเรื่องผมก็ได้นะ แต่ก็นะ...ก็เข้าใจว่าคนไม่เคยเจอ เค้าก็อาจจะคิดว่าเค้าคงไม่ทำหรอก อะไรเงี้ย
มิงกินโย says:
คือตอนนี้ น่ะ
says:
แต่ถ้าคิดว่ามันจะช่วยก็ลองดูแล้วกัน
มิงกินโย says:
มันซับซ้อนกว่านั้น
มิงกินโย says:
เขาไปฉลาดมาก
มิงกินโย says:
เขาไปเล่าให้พ่อแม่เขาฟังเป็นอีกเรื่องเลย
มิงกินโย says:
เขาเล่าว่า พี่น่ะ ไปกวนเขา
มิงกินโย says:
เป็นฝ่ายโทรคุกคามเขา
มิงกินโย says:
แล้วแม่เขาก็เชื่อด้วย
มิงกินโย says:
กูจะบ้า นี่อย่างกะหนัง
says:
เอออช่ายยยยยยยยยยยยยยย
มิงกินโย says:
เพราะงั้น เราเตือนแม่เขาไม่ได้แล้วล่ะ
says:
ยังงี้ยิ่งน่ากลัวนะพี่
มิงกินโย says:
ต้องปล่อยไปตามชะตา
says:
คือทุกคนกลัวน้าผม เพราะเค้าฉลาดนี่แหละ
says:
เค้าเรียนจบ ธรรมศาสตร์นะ แถมจบนิติ ด้วย รู้กฏหมาย มีพวกพ้องอีก น่ากลัวมากเลย
says:
แล้วแบบ วันก่อน ผมกับครอบครัวก็ไปคุยกับหมอมา
มิงกินโย says:
คงเป็นกรรมของเราล่ะ
says:
เราก็เสียดายว่าแบบ...เฮ้ย....ทำไมไม่รู้มาก่อนว่าเค้าจะบ้า
มิงกินโย says:
เราอาจต้องตายเพราะมีคนตามคุกคามก็ได้
มิงกินโย says:
ก็เอาเหอะ ปลงละ ตอนนี้
มิงกินโย says:
จริง ๆ รู้จักตำรวจคนนึง ใหญ่มาก เอาเข้าคุกได้เลย
says:
คืออาการโรคนี้มันเริ่มด้วยการ เพ้อฝัน วางแผนมีโครงการทำนู่นทำนี่อะไรเงี้ย
มิงกินโย says:
แต่เราคิดว่า ปล่อยไปละกัน ลองเสี่ยงดูว่า จะเกิดไรก็ให้เกิด
says:
แล้วเค้าเป็นยังงี้มาเป็น 10 ปีแล้ว ทุกคนก็ไม่รู้ว่ามันคืออาการบ้า นึกว่าเป็นนิสัยเค้า
มิงกินโย says:
เหมือนกันเลย
says:
อือ ถ้าทำอะไรไม่ได้ ก็ช่วยไม่ได้อะพี่ ก็ระวังตัวแล้วกัน
มิงกินโย says:
ใช่ ๆ เขาอยากเปิดร้านหนังสือ อยากทำหนังต่อ
says:
เปนใช่มั้ย
มิงกินโย says:
ร้านเปิดไปเจ๊ง(หมายเหตุร้านนี้เช่าหนังสือ อยู่ในตลาดอะไรสักอย่างในตัวเมืองสุราษฎร์ ใครรู้เบาะแสบอกด้วย)
says:
นั่นแหละใช่เลย
มิงกินโย says:
แล้วก็อยากทำหนัง
มิงกินโย says:
ทำไปหงุดหงิดไป
มิงกินโย says:
เคยดูหนังเขาใช่มั้ย
มิงกินโย says:
จริง ๆ เราชอบมากนะ
says:
ใช่ๆๆ คือน้าผมจะทำนู่นทำนี่ตลอด ยืมเงินคนอื่นตลอด....จนสุดท้ายยายผมกะน้องยายผมทะเลาะเลิกคุยกันเพราะเรื่องเนี้ย
มิงกินโย says:
มีคนมาเขียนด่าเขา เขาโกรธ นึกว่าเรา
says:
ไม่เคยอะ แต่อ่านหลายๆคนเขียนแล้วก็อยากดู
มิงกินโย says:
คือเขามีการสร้างโลกในจินตนาการ
มิงกินโย says:
เขาเชื่อว่าพี่น่ะ เขียนด่าเขา และโทรด่าเขา
says:
น้าเค้าไปยืมเงินจะไปลงทุนเรื่องที่ดินอะไรไม่รู้ ยายก็ไปรับหน้าเค้ามา แล้วช่วงนั้น เค้าก็เจ๊ง แล้วก็หายหน้าไม่ติดต่อใครเลยไปหลายปี
มิงกินโย says:
ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เขาทำทั้งน้น
says:
เพิ่งมาคุยกันตอนเกิดเรื่องนี่แหละ น้องยายเค้าเลยมาเยี่ยมยาย
มิงกินโย says:
คือเขาเขียนด่าเรา โทรด่า เรา แล้วเราก็ อะไรวะ เจอคนบ้า มันเป็นงี้เอง
says:
ระวัง ผมว่ายังงี้อาจจะโรคเดียวกัน
มิงกินโย says:
น่าจะใช่เลยล่ะ เพราะแม่เขาบอกเองว่า ไบโพล่าร์ แต่ตอนนั้นเราไม่เอ๊ะใจ เพิ่งจำได้เนี่ยตอน .......บอกเรา
says:
สร้างโลกในจินตนการ เพ้อฝัน วางแผนจะทำนู่นทำนี่ นั่นแหละ อาการเริ่มแรกเลย...แม่ผมอ่านหนังสือแล้วก็เสียดายที่ตอนนั้นไม่รุ้ มารู้ตอนเกิดเรื่องไปแล้ว
says:
อ่าว แม่ยังรู้จักโรคเลย แล้วไม่ตั้งใจรักษาอะ น่ากลัว
มิงกินโย says:
นี่ล่ะบรรยากาศบ้านเขา
มิงกินโย says:
คือมันมีอะไร ๆ ที่เอื้อให้เขาเป็นด้วย
says:
อือ งั้นทำอะไรไม่ได้จริงๆก็ระวังตัวไว้เฉยๆละกัน
มิงกินโย says:
แต่เราจะเล่าว่า นี่ไม่ใช่คนแรกที่เราเจอนะเคสนี้
มิงกินโย says:
เราเจอคนคล้ายนี้ มา สามคนในชีวิต
มิงกินโย says:
แต่เคสนี้รุนแรงสุด
มิงกินโย says:
ไปล่ะ
says:
อะครับ ไว้คุยต่อทีหลัง
edit @ 2006/11/13 14:37:10
edit @ 2006/11/13 14:39:09
โปรดฟังอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่ต้องการจะเขียนคอมเม้นต์ในหน้านี้
รบกวนว่า อย่า ล็อคอิน
หรืออย่าใส่ลิ้งค์ในช่องเว็บไซต์
ช่องของหน้าคอมเมนตฺผมนั้น
ช่องบน ให้กรอกชื่อ
ช่องล่างกรอกเว็บไซต์ หรือบลอก
ใส่ชื่ออย่างเดียวจะดีกว่า
หรืออย่าล็อคอินนะครับ
...
จะลองเอาไปทำดูบ้างก็ได้นะ ลบเรื่องเฮงซวยออกไปจากชีวิต เพราะว่าสุขทุกข์มันอยู่ที่ใจเรา ถึงจะก่อกอนเขาไปถ้าเขาไม่เก็บมาใส่ใจเขาก็ไม่เจ็บปวดหรอก ตรงกันข้ามกัน คุณเองคงรู้สึกทุกข์ใจที่เขาไม่โต้ตอบ ไม่เดือดร้อน แต่ครั้งนี้ที่ผมยอมให้คุณกลับเข้ามามีตัวตนในโลกของผมครั้งก็เพราะผมสงสารคุณ สงสาร(ปนสมน้ำหน้า)เจ้าของบล็อก สงสารทุกๆ คนที่คุณเกลียด เหนื่อยไหมที่ต้องเกลียดคนทั้งโลก
เขาไม่รู้ตัวด้วยตอนแทง
แต่เขาไม่กินยามานานมาก
แล้วชอบมาอวดด้วยว่า เก่งไม๊ไม่กินยาก็อยู่ได้