จู่ ๆ เมื่อสามเดือนก่อนตอนกะลังอยู่ที่สมุย ก็ได้รับโทรศัพท์จากมูลนิธิญี่ปุ่นว่า
คุณได้รับเลือกให้ไปญี่ปุ่น 15 วัน โดยทางมูลนิธิญี่ปุ่นจะออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง
โครงการนี้เรียกว่า การท่องเที่ยวระยะสั้นสำหรับศิลปินรุ่นกลาง(โอว นี่เรากลางแล้วหรือ แล้วนี่ถูกนับเป็นศิลปินกับเขาด้วยแฮะ)
โครงการนี้จะคัดเลือกลุคคลที่เกี่ยวข้องกับแวดวงวรรณกรรม , ศิลปะ หรือภาพยนตร์ จาก 36 ประเทศทั่วโลก
โดยปีที่ผ่าน ๆ มา คือ ปราบดา หยุ่น และโจ้ วชิรา(อดีตบก.อะเดย์)
และปีนี้ ในโผรายชื่อที่ถูกส่งไปทางญี่ปุ่น (คือมูลนิธิญี่ปุ่น จะโทรไปปรึกษาใครต่อใคร เช่น มูลนิธิหนังไทย หรือค่ายหนัง ฯลฯ เพื่อรวบรวมรายชื่อจำนวนหนึ่งขึ้นมา) เท่าที่ทราบมีอยู่ 3-4 คน ล้วนแต่เป็นผู้กำกับหนังสั้นมือรางวัล และบางคนก็กระโดดไปทำหนังใหญ่จนโด่งดังร่ำรวย แต่สุดท้ายไหงโผพลิกมาที่ตูล่ะวา อิอิ ดีจัง
เขาจะเริ่มถามว่าฉันจะไปช่วงไหน และไปทำอะไรบ้าง
เดิมทีฉันบอกเขาไปเลยว่า ฉันอยากเจอผู้กำกับสองคนคือ นาโอมิ คาวาเสะ อีกคนคือ โอกิ ฮิโรยูกิ
แล้วสถานฑูตก็ช่วยติดต่อนัดให้ ปรากฎว่า นาโอมิเธอกะลังทำหนังเรื่องใหม่อยู่ ไม่ว่าง
ไม่เป็นไร เพราะอันที่จริง ฉันเคยเจอเธอแล้ว ที่ไต้หวันเมื่อสองปีก่อน แต่เป็นตายร้ายดี ฉันต้องเจอโอกิ ให้ได้

นาโอมิ คาวาเสะ กับมิตสึกิ ลูกชาย ภาพนี้ถ่ายที่ไทเป

เราเจอกันจนได้ โอกิ ฮิโรยูกิ

สามสัปดาห์ก่อนเดินทาง ทางญี่ปุ่นระบุว่าสิ่งที่ฉันต้องทำ(เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน)คือให้ไปสอนในมหาลัย เมจิกากุเอ็น ในวิชา ภาพยนตร์เอเชีย และจะมีจัดฉายหนังของฉันหนึ่งโปรแกรมในวันท้าย ๆ ของการเดินทาง ข้างบนคือบรรดานักศึกษาหน้าใสที่เทคคอร์สวิชานี้ ส่วนข้างล่างคือคุณมาจิดะ คนที่คอยประสานงานดูและให้ทุกอย่างเป็นอย่างดี


เซกิกูจิ จุน เพื่อนญี่ปุ่น กับฝรั่งนักเรียนทุน วันพรีเซนท์ฉันตั้งใจใส่เสื้อตัวนี้โดยเฉพาะเลย จะได้เล่าไปด้วยว่า บ้านเรามีนายกน่ารังเกียจชื่อทักษิณ

ซาโตชิ เป็นคนทำหนังสารคดีมือรางวัล กับมากิโกะ เป็นนักแสดง ที่กำลังทำสารคดีเรื่องแรกอยู่ ข้าง ๆ เธอคือผู้กำกับอีกคนหนึ่งที่เธอไปแสดงหนังให้
หลังจากฉันพรีเซนต์ พี่คนนี้ ก็เข้ามาติดต่อว่าจะลงทุนทำหนังให้ เขาเป็นค่ายทำหนังเกย์โดยเฉพาะเลย เน้นที่ซอร์ฟพอร์น คนกลางคือผู้ช่วยเค้า ส่วนขวาสุดเป็นมือตัดต่อ ฮามั่ก ๆคนนี้ เธอเป็นหญิงที่รู้เรื่องเซ็กซ์ของเกย์อย่างช่ำชอง

ฉันชอบภาพนี้จัง ถ่ายที่ออฟฟิศที่ยามากาตะ ฉันจะใช้ชื่อภาพว่า He Was There เก้าอีสีแดง เขานั่งอยู่ตรงนั้น ถ้าอยากรู้ว่าเขาคือใคร เขาชื่อ ไทชิ คนที่เห็นในภาพล่างนี่ล่ะ ฉันเจอเขาแค่ครั้งเดียว แล้วต้องพยายามข่มใจว่า ที่นี่มันญี่ปุ่นนะ ไกลเกินไปสำหรับคนเสพย์ติดความรักอย่างฉัน

จุนพาไปนั่งจ้องภาพ ทาโร่ โอกาโมโต้ ภาพที่ผู้คนต่างมาชุมนุมเพื่อจ้องมอง ราวกับต้องการจะรับพลังจากมัน ภาพ ๆ นี้ชื่อ Myst of Tomorrow เป็นภาพที่ทาโร่รับจ้างวาดให้กับโรงแรมหนึ่งในแมกซิโก(ถ้าจำไม่ผิดนะ) แต่เจ้าของโรงแรมเกิดเงินขาดมือ เลยไม่ได้เปิดทำการ รูปก็เลยเน่าอยู่ในประเทศนั้น จนกระทั่งทาโร่ตายเมื่อปี 95 ลูกบุญธรรมซึ่งอันที่จริงก็คือภรรยาของทาโร่ เรียกร้องให้รัฐนำรูปนี้กลับมายังประเทศ เธอติดต่อบรรดาศิลปินให้ช่วยบูรณะรูปนี้ ใช้เวลากว่า 3 ปี จึงจะสำเร็จ กระทั่งปีที่แล้วเธอเสียชีวิต และสองวันถัดจากวันที่ฉันไปถึง คือวันเปิดแสดงภาพวาดนี้ ใกล้กับสถานีรถไฟชิมบาฉิ

เดิมทีฉันวางแผนจะมาวันที่ 7 เดือน 7 ก็เพราะว่ามันเป็นเทศกาลทานาบาตะ เทศกาลที่ดาวคนเลี้ยงวัว และสาวทอผ้าจะมาเจอกันที่ทางช้างเผือก เพียงวันเดียวในหนึ่งปี แต่ว่าที่สุดแล้วในโตเกียว ก็ไม่เห็นจะมีใครเห่อทานาบาตะสักเท่าไหร่
สิ่งที่ฉันจะได้จากการมาครั้งนี้คือ ฉันจะได้เงินค่าใช้จ่าย 16,400 เยน ต่อวัน คูณ 15 วัน = 246,000 เยน ซึ่งฉันต้องคอยกระเตงเงินจำนวนสองแสนกว่าเยนนี้ไปทุก ๆ ที่เพราะเขาให้มาทั้งก้อนตั้งแต่วันแรก โดยให้มาบริหารเองว่าจะใช้จ่ายอะไรบ้าง นอกเหนือจากนั้นก็ได้บัตรรถไฟฟ้า JR กับ รถไฟใต้ดิน ซึ่งจนครบ 15 วัน เงินในบัตรของฉันก็ยังเหลือบานเบอะ เพระเขาเล่นซื้ออย่างใบละหมื่นเยนให้ฉัน ซึ่งใช้ให้ตายไง สองอาทิตย์ ก็ไม่มีทางหมด เฮ้อ นอกจากนี้ คือถ้าไปที่ไหนก็ตาม ที่ต้องเสียค่าเข้าชม หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทางมูลนิธิญี่ปุ่นจะออกค่าใช้จ่ายส่วนนั้นให้ สบายแฮ

อันนี้เป็นร้านที่กำลังฮิต คือรีบดื่มรีบไป ไม่มีเก้าอี้นั่ง ส่วนใหญ่มากันเดี่ยว ๆ ซดโฮก แล้วก็ไป

ฮาราจูกุ

เซ็กซ์ชอป ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะเคยเห็นแล้วตอนไปฝรั่งเศส

อุเมฉุ หรือเหล้าบ้วย เครื่องดื่มสุดโปรดของฉัน เมาทุกที เพราะมันหวานกินง่าย เลยซดซะ นี่เป็นขนาดพร้อมดื่ม มือข้าง ๆ ให้เดาสิ มือใคร

สองรูปนี้ถ่ายที่วัดอาซากุสะ ใครๆ เขาถ่ายโคมแดงกัน แต่ฉันถ่ายมาแค่สองรูปนี้ ท่าจะเพี้ยนละตู รูปบนคือเขาจะมีช่องข้างไหน เหมือนให้เข้าไปสะเดาะเคราะห์นะ แล้วต้องทำบุญอะไรสักอย่าง ส่วนรูปล่างเขาว่ากันว่าถ้าเสี่ยงเซียมซีแล้วได้อะไรที่ไม่ดี หรือไม่พอใจ ให้เอามาพันไว้ที่นี่

ฉันอยู่โตเกียว 5 วัน http://sunday-syndrome.exteen.com/กลับกรุงเทพก่อน วันที่ 6 ฉันเดินทางไปโอซาก้า โดยรถชินคันเซ็น ที่นี่จะมีชินคันเซ็นสามระดับ ซึ่งราคาจะแพงตามความเร็ว เขาซื้อตัวโนโซมิให้ฉัน ซึ่งเป็นระดับที่แพงที่สุด เพระเร็วที่สุด เพื่อไปถึงโอซาก้าภายในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง จากระยะทางเท่ากับกรุงเทพลำพูน เร็วโคตร ๆ การเลือกที่พักนั้น ยิ่งหาที่พักถูกมากเท่าไหร่ เงินที่เหลือฉันก็จะสามารถเอาไปใช้อย่างอื่นได้มากเท่านั้น ดังนั้นฉันเลยเลือกพักในยูธโฮสเทล ซึ่งที่นี่เจ๋งมาก เพราะที่โอซาก้านั้น ยูธโฮสเทลอยู่ในสนามกีฬา สะอาดสะอ้าน หลังห้องฉันวิวดีมาก เพราะมันคือสระว่ายน้ำ แถมดึก ๆ มีนักกีฬามานอนกันเนืองแน่น เป็นห้องอาบน้ำรวมอีกต่างหาก ฉันเลยเหนื่อยหน่อยวิ่งรอกอาบน้ำจนผิวถลอกแล้วถลอกอีก ฮิฮิ

แวะไปดูพิพฺภัณฑ์เท็ตซุกะ โอซามุ คนวาดเจ้าหนูปรมาณู กับแบล็คแจ็ค

ตัวละครที่ฉันรัก ชื่อ พิโนโกะ พิโนโกะเป็นผู้หญิงที่แบล็คแจ็คช่วยชีวิตไว้ แต่ร่างเธอแหลกเหลว ทำให้เขาเอาสมองเธอไปฝังไว้ในร่างเด็ก เธอจึงมีความรักแบบหญิงสาว แต่ไม่อาจรักแบล็คแจ็คได้ ด้วยร่างกายที่ทำอย่างไรก็ไม่โตไปกว่านี้ ฉันนึกถึงตัวละครเด็กหญิงในนิยายของแอน ไรซ์ เรื่อง Interview with a Vampire ที่เธอขอตายดีกว่าจะมีชีวิตอยู่โดยไม่อาจรักใคร

ชายหนุ่มคนนี้ ฉันเจอเขา 3 ครั้ง เพราะทุกคืน ฉันต้องแวะไปกินข้าวร้านเขา น่ารักดี เขาดูแลร้านคนเดียว ดึก ๆ โฮะ ๆ อันที่จริงก็ไม่ดึกล่ะ 7 โมงเช้า ร้านของเขาตั้งอยู่ย่าน โดยามะ ที่ที่เดี๋ยวฉันจะแจกแจงต่อไปว่า โดยามะ นี่มันเจ๋งยังไง หูหุ

ถัดจากโอซาก้า 3 คืน มูลนิธิญี่ปุ่นก็ให้ตั๋วเครื่องบินมา เพื่อบินจากโอซาก้า ไปโคจะ ตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เพื่อเดินทางไปหา โอกิ ฮิโรยูกิ
งานแสดงของทาคาชิ มุราคามิ ในอาร์ตแกลอรี่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในโกจิ


การ์ดริมทะเล ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นตัวจริง ปรกติเห็นแต่ในหนังโป๊ญี่ปุ่น ที่เขาจะไปตามถ่ายการ์ดล่ำ ๆ แล้วกระซิบให้แก้ผ้าโชว์ อยากทำงั้นมั่งจัง หุหุ

ที่โกจิ เขาขึ้นชื่อเรื่องปราวาฬ มีการล่องเรือชมวาฬด้วย แต่นี่คือผลิตภันฑ์ เนื้อวาฬตากแห้ง และบรรจุกระป๋อง เขาขายในสนามบินกันเลยเชียวล่ะ

น้ำแข็งไส น่ากินสุด ๆ(คนไสอ่ะนะ)

ไอจัง เป็นลูกของเพื่อนโอกิ พ่อของเด็กคนนี้ เกิดวันเดียวเดือนเดียวกับฉัน

ริวกิ แปลว่า มังกร เขาบอกฉันอย่างนั้น
เขาทำให้ฉันขำเมื่อเขาสอนคำว่า อ่ะจึ้ย กับซาหมุ่ย ให้ฉันฟัง ว่าแล้วระหว่างที่เราอาบน้ำกัน ฉันเผลอเปิดน้ำร้อน เขาก็ร้องขึ้นว่าอ่ะจึ้ย ฉันเลยรู้ว่า อ้อ มันแปลว่าร้อน แต่มันร้อนเกินไป ฉันเลยปรับให้มันเย็น แต่ดันเย็นเกินไป เขาเลยร้องว่า ซามุ่ย แล้วเราก็กอดกัน ซะงั้น
เราเจอกันที่ชินจูกุนีโชเม ในสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง ไว้คราวหน้าฉันจะมาเล่าให้ฟังว่า ชินจูกุนีโชเม(โตเกียว) กับโดยามะ(โอซาก้า) มันคืออะไร มีอะไรกันบ้าง ขอบอกว่า ในโลนลี่แพลนเน็ต ไม่มีเอ่ยถึงนะจ๊ะ เพราะมันเป็นที่เที่ยวเฉพาะกลุ่มจริง ๆ และหนังสือท่องเที่ยวภาษาไทยทุกเล่มที่ฉันอุตส่าห์ซื้อไปอ่านหาข้อมูล ก็ไม่มีบอกถึงสถานที่สองแห่งนี้






ภาพสุดท้าย เดาสิว่าใคร ฮิฮิฮิ
S.O.S.ABBA
Where are those happy days, they seem so hard to find
I tried to reach for you, but you have closed your mind
Whatever happened to our love?
I wish I understood
It used to be so nice, it used to be so good
So when you're near me, darling can't you hear me
S. O. S.
The love you gave me, nothing else can save me
S. O. S.
When you're gone
How can I even try to go on?
When you're gone
Though I try how can I carry on?
You seem so far away though you are standing near
You made me feel alive, but something died I fear
I really tried to make it out
I wish I understood
What happened to our love, it used to be so good
So when you're near me, darling can't you hear me
S. O. S.
The love you gave me, nothing else can save me
S. O. S.
When you're gone
How can I even try to go on?
When you're gone
Though I try how can I carry on?
So when you're near me, darling can't you hear me
S. O. S.
And the love you gave me, nothing else can save me
S. O. S.
When you're gone
How can I even try to go on?
When you're gone
Though I try how can I carry on?
When you're gone
How can I even try to go on?
When you're gone
Though I try how can I carry on?
ชอบๆ หนุกดี อ่านให้ตาแตกไปเล้ยยยย เยh!